NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

วิธีการเริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้าน (How to Start a Home-Based Business)


สวัสดีครับ ทุกๆท่าน อย่ายอมแพ้เราต้องมีความหวังเสมอ

มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง และศัทธา ในชีวิตคือสิ่งที่เราต้องเดินต่อไป วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องการทำธุรกิจที่บ้านให้ดีที่สุด การทำธุรกิจที่บ้าน คือ ธุรกิจที่คุณเริ่มต้นได้ง่ายที่สุด เพราะคุณมีความกระตือรือร้นในการทำงานและสนใจในกระบวนการเกี่ยวข้องไม่ใช่ธุรกิจ คุณจำเป็นจะต้องจัดมุมในบ้านสำหรับเป็นสำนักงาน และสามารถจัดทำ VDO Conference ได้อย่างเหมาะสมและสวยงาม เพราะการเริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้านสามารถสร้างความยืดหยุ่นในการใช้เวลาและสร้างรายได้ แต่มันไม่ได้เป็นกระบวนการที่รวดเร็วหรือการหรือการรับประกันทางการเงินที่ประสบความสำเร็จ มันต้องมีความมุ่งมั่นในระยะยาวและความเข้าใจที่ชัดเจนของงานที่เกี่ยวข้อง

ในการสร้างธุรกิจที่บ้านจะทำให้คุณมีรายได้เสริมที่มั่นคงมากขึ้น และสร้างรายได้มีศักยภาพคุณจะต้องลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อระบุธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับคุณและสร้างแผนงาน ด้วยแนวคิด ดังนี้

  1. ประเมินความสามารถของคุณ

เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ความถนัด ความสนใจ งานอดิเรกที่คุณรู้ลึก รู้จริง จนเพื่อนๆ ชม หรือสิ่งที่คุณได้ดีจนกลายเป็นเรื่องธรรมชาติของคุณที่มีความสามารถของคุณเป็นฐานสำหรับการใดๆ กิจการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งธุรกิจที่บ้าน เช่น
* ความคิดสร้างสรรค์ ? เป็นการคิดแบบต่อยอดทางธุรกิจที่มีความสร้างสรรค์ จากธุรกิจพื้นฐานของร้านค้าคนอื่นที่ผลิต เช่น คุณติดต่อร้านข้าวขาหมูที่อร่อยติดดาว ด้วยการซื้อขาหมูปริมาณมาก 5-10 ขา มาทำรีดีไซด์กล่องข้าวขาหมูให้สวยงามด้วยวัสดุที่สวยงาม ใส่ผักเครื่องเคียงหลายชนิดตามที่ลูกค้าเลือก เลือก Mix ขาหมูกับอาหารประเภทอื่นๆ เพื่อให้เป็น Combination ของข้าวขาหมู ให้ทันสมัยและแปลกใหม่

* การเพิ่มตัวรายละเอียด ? เป็นการเพิ่มรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายกว่า ต้นฉบับเดิม เช่น การทำ Private Label หรือ Private Brand คือ สินค้าที่ผู้ผลิตอิสระผลิตให้แก่ห้างค้าปลีก หรือ จำหน่ายตรงให้กับบ้านเรือนต่างๆ ในหมู่บ้าน, ร้านอาหารต่างๆ หรือจำหน่ายตามแหล่งชุมชนในลักษณะตลาดนัด “พูดง่าย” เช่น การผลิตน้ำยาล้างจานสูตรพิเศษที่ฆ่าเชื้อโรคได้ดี มีกลิ่นหอม น้ำยาทำความสะอาดโต๊ะแบบฆ่าเชื้อโรค ที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดภายใต้แบรนด์สินค้าของคุณเอง และมีแพ็คเก็จที่คุณไปซื้อจากโรงงานที่ผลิตแพ็คเก็จ

* การตั้งห้องทำงานเป็นรายการแนะนำสินค้า Influencer Marketing คือ ผู้ที่มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล โดยเป็นผู้ที่ทำ Content เผยแพร่ตามแพลตฟอร์ม ต่างๆ เช่น Blog, Instagram, Facebook, YouTube แล้วทำให้มันน่าสนใจ น่าเชื่อถือ มีความรู้จริง และอธิบายด้วยความยุติธรรม เพื่อให้มีคนสนใจติดตาม ยิ่งมีผู้ติดตมมากยิ่งขึ้นมีอิทธิพลมาก ผู้ติดตามส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยทำงาน และมักคล้อยตามเนื้อหาหรือสิ่งที่ Influencer ทำหน้าที่พูดโน้มน้าวใจ และให้ความรู้กับผู้ฟัง เพื่อให้รู้สึกเกิดความใกล้ชิดและจริงใจกว่าสื่อโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ

Influencer Marketing ที่เก่งและมีสมาชิกติดตามปริมาณมาก ก็สามารถรับงานโฆษณาสินค้าหรือรีวิวสินค้ามากขึ้น ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า Influencer กลุ่มนี้ได้ใช้สินค้าจริง ทิศทางการทำการตลาด จึงเป็นเปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่ม Micro Influencer และ Nano Influencer มากขึ้น เพราะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ดูแล้วเป็นการรีวิวจากการใช้งานจริง

อย่าลืมว่า!!! ความสามารถของคุณขึ้นอยู่กับ “ลักษณะบุคลิกภาพของคุณ” ซึ่งคุณเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาว่าคุณหมาะสมกับการจ้างงานตนเองหรือไม่ ? ลักษณะทั่วไปของเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ :

* เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ? เช่น คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการไปเรียนวิชาชีพอิสระ ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เปิดหลักสูตรฟรี สำหรับผู้ต้องการหางานทำ ซึ่งมีหลายอาชีพมากที่เราเองก็จะหาเวลาไปสมัครเรียน เผื่อว่าจำเป็นจะต้องใช้ในอนาคต เช่น ช่างตัดผม ช่างซ่อมมอเตอร์ไซต์ ช่างไฟฟ้าบ้าน เป็นต้น

* การพึ่งพาตนเอง คือ การที่คุณไม่จำเป็นจะต้องไปขอร้องใคร เล่าเรื่องเศร้าในชีวิตคุณให้ใครๆ ฟัง เพียงแต่คุณมี “สติ” และเริ่มต้นให้โอกาสตนเองเรียนรู้สิ่งใหม่ ลืมความเศร้าในอดีต แล้วรีบลุกให้ไว และเดินต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

* สร้างแรงจูงใจเพื่อไปสู่ความสำเร็จ คือ ตอนที่คุณเริ่มทำสิ่งใดๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน และเป็นสิ่งที่ยากตอนเริ่มต้นครั้งแรก และมีแรงกดดันจากครอบครัวว่าคุณจะต้องมีรายได้ มีกำไร เหลือกลับบ้านทุกวัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันภายในบ้าน และคุณเองก็ยังไม่มั่นใจในสิ่งที่คุณทำว่า “มันจะสร้างรายได้ให้คุณในระยะเวลสั้น” ดังนั้นคุณจะต้องหมั่นให้กำลังใจตนเอง และขยันทำอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาแบบไม่หยุดยั้ง เพราะคุณไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

* การประเมินความสามารถของตนเอง คือ คุณต้องประเมินว่าคุณถนัดอะไร มีบ้านหรือสถานที่ทำงานที่บ้านไหม มีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ไหม มีญาติพี่น้องมาอยู่กับคุณด้วยกี่คน ครอบครัวคุณมีสมาชิกที่สามารถช่วยงานคุณที่ถือเป็นแรงงานที่สำคัญกี่คน แล้วค่อยตัดสินใจเลือกงานที่เหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัวของคุณ

* การประเมินและยอมรับความเสี่ยง คือ การทำงานใหม่ โครงการใหม่ อย่างไรเสียก็มีความเสี่ยง แต่คุณจำเป็นจะต้องเสี่ยงให้น้อยที่สุด ด้วยการเริ่มต้นจากเรียนวิชาชีพที่ฟรี ก่อนเพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และตั้งใจเรียนเหมือนนี้คือทางออกของชีวิตคุณ และพยามหาประสบการณ์เสริมหลังจากที่เรียนวิชาชีพจาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจบแล้ว และนำความรู้ประสบการณ์ในอดีตของคุณมาต่อยอดธุรกิจให้ทันสมัย น่าเชื่อถือ และเติบโตต่อไป

2. ตรวจสอบทักษะของคุณ

คุณเกิดมาพร้อมกับความสามารถ แต่คุณพัฒนาทักษะเมื่อเวลาผ่านไป เช่น ถ้าคุณมีความคิดสร้างสรรค์อาจมีทักษะที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเขียนศิลปะหรือทักษะการออกแบบ เป็นบุคคลที่มีรายละเอียดตามธรรมชาติอาจเรียนรู้ทักษะการบัญชีหรือการจัดการที่ดี

การดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักจะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เช่น ตลาดหรือการโทรเย็น แต่เมื่อมันมาถึงการพัฒนาความคิดทางธุรกิจเริ่มต้นด้วยทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว พวกเขามักจะระบุว่าคุณเหมาะสมที่สุดที่จะใช้พรสวรรค์ตามธรรมชาติของคุณ

3. รวมความสามารถและทักษะของคุณ เพื่อสร้างแนวคิดทางธุรกิจ

เมื่อพูดถึงการพัฒนาธุรกิจ ทักษะที่คุณได้สละเวลาและพลังงานในการเรียนรู้มักเป็นพื้นฐานของแนวคิดทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม

เช่น บุคคลที่มุ่งเน้นรายละเอียดที่มีทักษะการบัญชีและองค์กรสามารถเริ่มต้นธุรกิจตามบ้านได้ ดังนี้

* ผู้เตรียมภาษี และพนักงานบัญชี คุณอาจจะทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ที่จบปริญญาด้านบัญชีและด้านภาษี หรือทีมงานพนักงานบัญชีของบริษัทเก่า เพื่อทำงานรับเป็นที่ปรึกษาและรับเป็นผู้เตรียมภาษีให้กับบริษัทขนาดเล็ก เพื่อใช้ในการวางแผนภาษี ด้วยทีมงานมืออาชีพระดับบริษัทใหญ่ๆ เป็นต้น เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับคุณและทีมงาน

* ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัท และเป็นอาชีพที่เก่งธุรกิจเฉพาะและถูกพักงาน คุณสามารถเปิดหน้าเว็บเพจ หรือใช้ Linkedin เป็นช่องทางแนะนำตัวคุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจได้ เพราะ Linkedin คือ Social Network Platform ที่เน้นไปในทางด้านอาชีพและธุรกิจ เสมือนเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ถูกจ้าง โดยจะทำหน้าที่เชื่อมโยงทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน กลายเป็นฐานข้อมูลที่ใช้ในการจ้างและหางาน โดยผู้ใช้สามารถสร้างข้อมูลส่วนตัวขึ้นมา ไม่ว่าข้อมูลทางด้านการศึกษา ประสบการณ์ รวมถึงความถนัดเฉพาะตัว ซึ่งเปรียบเสมือนกับ Resume ประจำตัวของผู้ใช้คนนั้น เลยทีเดียว ทำให้ใช้เป็นข้อมูลให้กับฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทต่างๆ ที่กำลังมองหาพนักงาน หรือบริษัทจัดหางานเข้ามาดูได้ นอกจากนี้แล้วผู้ที่ใช้อยู่ในเครือข่ายสามารถเข้ามายืนยันความสามารถของผู้ใช้งานคนอื่นๆ ภายในเครือข่ายได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ผู้ใช้คนนั้นๆ ด้วยครับ

* ผู้ช่วยเสมือน หรือ Office & Admin สามารถทำงานเป็น Freelance ได้ โดยในต่างประเทศจะเรียกว่า “Virtual Assistant” หมายถึง การให้บริการงานธุรการทั่วไป งานด้านเทคนิค หรือต้องประจำอยู่ที่ออฟฟิศใดออฟฟิศหนึ่ง ไม่ต้องตอกบัตร เรียกได้ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ ตรงกับคอนเซฟของ tasknjoy เลย หน้าที่ของผู้ช่วยเสมือนเช่น

  • บางครั้งอาจมีหน้าทีต้องไปต้อนรับลูกค้าของบริษัท หรือไปเป็นล่าม (ถ้ามีภาษาที่ดีพอ) ซึ่งอาจจะมีหน้าที่หลากหลายมากกว่าพนักงาปกติ ขึ้นอยู่ข้อตกลงการจ้างงาน
  • ผู้ช่วยเสมือนทำหน้าที่เหมือนเป็นเลขาส่วนตัวที่นายจ้างสามารถมอบหมายงานให้ดำเนินการได้ ผู้ช่วยเสมือนช่วยลดภาระงานของนายจ้าง การจ้างผู้ช่วยเสมือนไม่มีข้อผูกมัดและไม่จำเป็นจะต้องมีภาระผูกพันธ์เหมือนการจ้างพนักงานประจำทั่วไป
  • นายจ้างอาจ ให้ผู้ช่วยเสมือนทำหน้าที่ตรวจสอบอีเมล์ ดูแลเรื่องการนัดหมาย การจองสถานที่ประชุมนอกสำนักงาน ดูแลการจ่ายบิลและชำระค่าภาษีให้กับองค์กร และการรับส่งเอกสารต่างๆ ภายในสำนักงานได้

4. กำหนดว่างานที่คุณเลือกจะทำสามารถทำงานแทนที่บ้านได้หรือไม่

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะสามารถทำงานที่บ้านได้เพราะบางธุรกิจก็ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้เลย การที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจโดยใช้สถานที่ภายในบ้านของคุณเป็นสำนักงาน ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ รวมถึงที่ตั้งของคุณแบ่งพื้นที่และข้อจำกัดของการทำงานทางกฎหมาย การออกใบอนุญาต รูปแบบการทำงานของสมาชิกในครอบครัว และความต้องการและยอมรับได้ของครอบครัวคุณ “ประชุมสมาชิกทุกคนในบ้านแล้วเล่าความจริงเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของรายได้ครอบครัว เพื่อให้ทุกๆ คนร่วมแรงร่วมใจกัน”

5. กำหนดกำไรที่เป็นไปได้

ในการเริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในบ้านคุณต้องพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไร คุณอาจมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมสำหรับบางสิ่งและทักษระที่ช่วยให้คุณสามารถแสดงออกได้ แต่ถ้าผู้คนที่เป็นลูกค้าเข้ามาดูแล้ไม่เต็มใจที่จะเงินให้คุณ สำหรับผลิตภัณฑ์ หรือบริการของคุณ มันก็จะไม่เรียกว่าธุรกิจ สิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องรู้และวางแผนก่อนการทำธุรกิจที่บ้าน เช่น

* ู้คนยินดีจ่ายเงินให้คุณสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการเท่าใด?

* คุณสามารถสร้างรายได้เพียงพอกับความต้องการของครอบครัวไหม?

ตัวอย่าง : คุณต้องการเริ่มต้นธุรกิจสร้างสรรค์โดยใช้ทักษะการตัดเย็บเพื่อทำผ้าห่มแบบโฮมเมด เนื่องจากเวลาที่เกี่ยวข้องของคุณสามารถทำได้ 8 ผืนต่อสัปดาห์ คุณพบว่ามีลูกค้าสนใจซื้อผ้าห่มโฮมเมดของคุณในราคา 600 บาทต่อผืน คุณสามารถรายได้ (8 x 600) x 4 = 19,200 บาท/เดือน ลบด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผ้าห่มและการโฆษณา

หากคุณคิดว่ารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไม่พอกับความต้องการของครอบครัว คุณก็จะต้องเริ่มวางแผนตรวจสอบปริมาณความต้องการของลูกค้าว่าต้องการสินค้าเพิ่มอีกหรือไม่ และปริมาณที่ขาดไปจำนวนเท่าใด? เพราะคุณอาจจะต้องติดต่อญาติ เพื่อนๆ ให้มาเป็นผู้ช่วยในการผลิตผ้าห่มเพิ่ม หรือ จ้างนักออกแบบมาช่วยออกแบบวัสดุและลวดลายให้มีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็มีหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนด้านการออกแบบศิลปะ “อย่าลืมว่าทุกธุรกิจจะต้องใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับ”

6. การสร้างแผนธุรกิจ

แผนธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจ Startup ที่กำลังมองหาสินเชื่อ ผู้ร่วมลงทุน และเหตุผลหลักในการสร้างแผนธุรกิจ คือ การค้นหาว่าความคิดของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อคุณเลือกแนวคิดธุรกิจทำงานที่บ้าน ในงานที่คุณหลงใหล มีความรู้ มีความถนัดมากกว่าคนปกติ คุณจะต้องสามารถเขียนอธิบายสิ่งที่อยู่ในความคิดของคุณออกมาได้ เป็นตัวหนังสือและคำนวณผลตอบแทนออกมาได้เป็นจำนวนเงินที่ชัดเจน เช่น

  • บทสรุปผู้บริหารเกี่ยวกับแนวความคิดทางธุรกิจของคุณ
  • ผลการวิจัยตลาด หรือ เป้าหมายการแข่งขันทางการตลาดของธุรกิจคุณ
  • คำอธิบายลูกค้าในอุดมคติของคุณ
  • กลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจคุณ
  • การวางแผนทางการเงิน
  • แผนปฏิบัติการของคุณ

ทั้งหมนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเขียนเล่าเรื่องให้น่าเชื่อถือ มีหลักฐานอ้างอิงแนวความคิดของคุณ และมีการทำการสำรวจตลาดจริงๆ และมีการลงมือทำบางส่วนได้เงินทุนส่วนตัวของคุณเองไปบางส่วนแล้ว และธุรกิจก็เริ่มได้รับการตอบสนองที่ดีมากจากตลาดที่คุณทำ ดังนั้นคุณเลยเขียนแผนธุรกิจเพื่อหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ และติดต่อหน่วยงานราชการ/ธนาคารออมสิน เพื่อขอเงินทุนสนับสนุนธุรกิจของคุณ

สุดท้ายนี้ ผมก็ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้กับทุกๆ ท่านได้มีไอเดียในการวางแผนชีวิต และการบริหารรายได้ให้กับครอบครัวในภาวะที่ต้องทำงานที่บ้านยาวนานขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอถ้าตอนเช้า ผมยังตื่นขึ้นมาทุกๆ วัน ผมก็จะถือว่าเป็นพรให้ผมทำตามความฝันไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะไม่ตื่นมาทำงานอีกแล้ว ก็ถือว่ามันจบภาระหน้าที่ของผมแล้ว

ขอให้ทุกๆ ท่านโชคดี ความทุกข์และความสุข เด๋วก็มา เด๋วก็ไป อยู่กับเราไม่นาน

เอกกมล เอี่ยมศรี
ผู้เรียบเรียง

http://interfinn.com

https://www.facebook.com/interfinn.course/?ref=bookmarks

เมษายน 26, 2020 Posted by | Retail Business Management | ใส่ความเห็น

   

%d bloggers like this: