NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

3 เคล็ดลับเพื่อเพิ่มรายได้พันธมิตรทางธุรกิจออนไลน์ของคุณ : 3 Tips so that Your Online Income Affiliate Business


สวัสดี ครับ ช่วงนี้เรายุ่งมากเลยครับ เลยไม่ค่อยมีเวลาเขียนบทความขึ้นบนอินเตอร์เน็ต แต่จะพยามแบ่งเวลาว่างๆ มานั่งเขียนเพื่อให้ทุกๆ ท่านได้นำไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจกันครับ เรามาอ่านพร้อมๆ กันเลยครับ

ในฐานะที่เป็นนักการตลาดด้านพันธมิตรที่ต้องการไม่เพียงแค่อยู่รอดได้  แต่ยังต้องการสร้างรายได้ขนาดใหญ่ด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องพิจารณา 3 เคล็ดลับที่จะนำเสนอนี้เพื่อเตรียมการทำงานอย่างหนักที่จะไม่มีสูตรวิเศษใดๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้

1. ให้ผู้อ่านของคุณช่วยรายงานให้ฟรี 

     ทั้งลิงค์สำหรับคลิกเข้าไปรายงานข่าวเหล่านี้ที่พวกเขาจะสามารถมองเห็นได้ง่ายอยู่ใกล้ด้านบนของเว็บไซต์ของคุณหรือให้พวกเขาเป็นฮีโร่ที่สร้างแรงจูงใจผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วยการให้ใส่ชื่อของพวกเขา อีเมล์ของพวกเขา และประวัติประสบการณ์โดยย่อใต้ข่าวทุกข่าวที่พวกเขาเขียน เข้าไปดูตัวอย่างได้ที่ http://www.oknation.net/blog/  ที่มีการจัดหมวดของหน้าที่ดีและมีระบบการบริหารจัดการ Blog ที่ดีมาก

มันเป็นความจริงที่รู้กันว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ซื้ออะไรเป้นครั้้งแรกที่พวกเขเห็นมัน โดยปกติจะใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 7-8 ครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อ  โปรดทราบว่าผู้คนมักจะมีความเต็มใจที่จะใช้จ่ายเงินกับคนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นที่น่าเช่ื่อถือ และมีเวลาในการสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ว่าพวกเขาจะไม่เพียงแค่สั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่มีการพูดคุยกับคนที่ติดต่อด้วยเลย  ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการชำระเงินและการรับประกันสินค้า  แต่ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของระบบ e-commerce ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเขาตลอดผ่านทางช่อง Chat! ของเจ้าหน้าที่ของเว็บไซต์

2.  ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ในแต่ละหน้าเว็บที่แยกต่างหากจากกัน

      ถ้าคุณใช้วิธีการตลาดวิธีนี้ผลิตภัณฑ์ของคุณ คุณจะเป็นเป้าหมายในการถูกอ่านอย่างน้อย 1 ครั้ง และเมื่อพวกเขาจะไม่รู้สึกลำคาญที่มีสิ่งเหล่านี้มากเกินไปใน 1 หน้าเว็บ และต้องพยามสร้างความแตกต่างในการนำเสนอแต่ละหน้าของเว็บเพจ

นอกจากนี้จะช่วยให้ผู้อ่านมีการตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดโดยมีความคิดเห็นสำหรับแต่ละคนในเว็บไซต์ของคุณ  ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงแต่ให้พวกเขาสัมผัสความเป็นส่วนบุคคลมากขึ้น  และยังช่วยในการส่งเสริมการขาย  หากคุณสามารถที่จะตอบสนองความต้องการบางส่วนใดๆ  ของลูกค้าเก่าของคุณที่มีอยู่แล้ว  ความพยามนี้จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมสินค้าของคุณอย่างมาก

3. จุดมุ่งหมายในการสร้างจำนวนผู้เข้าชมมากๆ ที่มีจุดมุ่งหมายไปที่เว็บไซต์ของคุณ

ถ้าไม่มีบางอย่างที่เป็นจุดในการต้อนรับคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณที่มีความน่าสนใจใดๆ ที่จะชักจูงไปยังผลิตภัณฑ์ที่คุณจะส่งเสริมการขาย  คือ คุณจำเป็นที่จะต้องเขียนบทความและส่งไปยัง เว็บบล็อกต่างๆ หรือ ออนไลน์แมกซีน ชั้นนำที่เปิดโอกาสให้คุณเขียนบทความลงได้ฟรี และบทความที่เขียนจะต้องเน้นที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของคุณ   ซึ่งการที่คุณเขียนบทความส่งเสริมการขายลงในอินเตอร์เน็ตในไดเรกทอรี่ของบทความต่างๆ เป็นวิธีที่ดีเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นที่รู้จักและตราสินค้าได้เผยแพร่ในวงกว้าง ขอดีที่สุด ก็คือ การโฆษณาประเภทนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเงินใดๆ

หากคุณต้องการจะได้รับประโยชน์จากการตลาดธุรกิจออนไลน์ของคุณโดยใช้การตลาดแบบเขียนบทความทนี้ คุณจำเป็นที่จะต้องเขียนอย่างน้อย 2 บทความทุกสัปดาห์ หากคุณยังคงทำเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะเห็นว่าการจราจรในช่วงเวลาของคุณจะเพิ่มขึ้นและคุณจะกลายเป็นบุคคลที่น่าสนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณและสิ่งที่คุณจะพูดจะมีคนฟังและอ่านมัน

นี้เป็นเพียงเทคนิคง่ายๆ บางส่วนที่เราเสนอให้คุณลองทำมันอย่างต่อเนื่อง และพยามหาข้อบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นขณะที่คุณได้ลงมือทำ  ศึกษาว่าหัวข้อหรือเรื่องประเภทใด หรือแนวการเขียนแบบใดที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยากทราบและสนใจเป็นพิเศษ ให้นำข้อความนั้นมาขยายความให้เป็นเรื่องต่อๆ กันไปเรื่อย จะทำให้เกิดการติดตามครับ

ขอให้ทุกๆ ท่านโชคดี ครับ

เอกกมล  เอี่ยมศรี

https://eiamsri.wordpress.com

http://ekamoltalk.wordpress.com

http://www.interfinn.com

Advertisements

กรกฎาคม 18, 2011 Posted by | New Technology | | ใส่ความเห็น

ชื่อโดเมน.coke? ชื่อโดเมน.nike? เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการตั้งชื่อโดเมนครั้งใหญ่จริงหรือ?


 สวัสดี ครับ วันนี้ก่อนไปเลือกตั้ง ขอคุยเรื่องโดเมนรูปแบบใหม่สักครู่นะครับ เรามาอ่านด้วยกันเลยครับ

Internet minders ในสิงค์โปร์ ได้จัดให้มีการโหวตเกี่ยวกับเรื่องการตั้งชื่อโดเมนใหม่  ซึ่งการตั้งชื่อโดเมนใหม่จะให้ความสำคัญและเชื่อมโยงกับธีมที่เป็นแบรนด์ที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และนิยมใช้เพื่อการตั้งชื่อโดเมนเนมมาเป็นเวลาประมาณ 26 ปีที่ผ่านมา

“นี้คือจุดเริ่มต้นของเฟสใหม่ทั้งหมดของอินเตอร์เน็ต” “ถ้ามีเหตุผลที่ดีก็ไม่ควรยับยั้งนวัตกรรม และควรได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ฟรี” กล่าวโดย Peter  Dengate Thrush ประธานคณะกรรมการ ICANN ของกรรมการ

การตัดสินใจของ ICANN ที่เป็นผลมาจากการประชุมเจรจาเป็นเวลา 6 ปี และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทั้งระบบตั้งแต่ “โดเมน.com” เปิดตัวในปี 1984 ซึ่งต่อไปในอนาคตผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากรายละเอียดด้วยการแบ่งแยกอย่างชัดเจนของโดเมนไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจบันเทิง  สินค้าอุปโภคบริโภค  บริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน   ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นครั้งแรกที่ใช้ชื่อโดเมนของตัวเองในการเสนอตั้งเป็นโดเมนกรุ๊ป เพื่อปกป้องแบรนด์ของพวกเขาในอินเตอร์เน็ต

“การตั้งชื่อโดเมนด้วยแบรนด์ของตนเอง จะช่วยให้มีการควบคุมคุณภาพแบรนด์ของพวกเขา” กล่าวโดย Theo Hnarakis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมลเบิร์น ไอที  ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารแบรนด์ให้กับบริษัทชั้นนำ เช่น Volvo, LEGO และ GlaxoSmithKline  ถ้าสามารถนำแบรนด์มาตั้งเป็นโดเมนของกลุ่มตนเองได้เช่น โดเมน.apple หรือ โดเมน.ipad  เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มของแบรนด์เหล่านั้น และเกิดความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อสินค้า

ขณะนี้มี 290 ประเทศที่ต่อท้ายโดเมนเนมด้วย “.jp” สำหรับประเทศญี่ปุ่น และ “.fr” สำหรับฝรั่งเศส  ซึ่งมักจะถูกจำกัดให้กับกลุ่มบุคคลที่มีสถานะถิ่นฐานอยู่ในประเทศตน  และมีการเพิ่มเติมประเภทของโดเมนใหม่อีก 22 ชื่อล่าสุด เช่น “.tel” สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร และ “.xxx” สำหรับธุรกิจสื่อลามก

นักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้บริโภคหรือบริษัทเจ้าของแบรนด์สินค้าชั้นนำจะจดโดเมนเนมใหม่ของตนเองเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ถึง 1000 ชื่อโดเมนภายใต้ชื่อแบรนด์สินค้าหลักของตนเอง หรือ ชื่อเมือง และ ชื่อสามัญทั่วไป เช่น “.bank หรือ .hotel  หรือเป็นการจดโดเมนเพื่อระบุกลุ่ม เช่น “.sport” สำหรับเว็บไซต์ด้านกีฬา เป็นต้น

ซึ่งขั้นตอนการขอสมัครเพื่อเป็นเจ้าของกรุ๊ปโดเมนของตนเอง ยังมีขั้นตอนการสมัครที่ลำบาก  และมีค่าธรรมเนียมในการสมัครที่สูงประมาณ 185,000 ดอลลาร์ต่อใบสมัครและมีคู่มือระเบียบการต่างๆที่หน้าถึง 360 หน้า  เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงจากความโลภในการจดชื่อกรุ๊ปโดเมนของตนเอง ICANN จะเปิดรับการสมัครชื่อโดเมนใหม่เป็นเวลา 90 วัน เริ่มต้น 12 มกราคม 2012

การที่ได้มีการประกาศรับจดโดเมนกรุ๊ปแบรนด์ของตนเองเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากสำหรับ บริษัท ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าและตอนนี้สามารถปกป้องตนเองได้ทางอินเตอร์เน็ต

ผู้บริหารของ ICANN เสนอที่จะมีการตั้งเงินทุนสำรองถึง 2 ล้านดอลล่าร์ ที่จะช่วยเหลือผู้สมัครจากประเทศกำลังพัฒนา และ ICANN เชื่อว่าจะมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้เสนอหลักในการขอสมัครเพื่อจดโดเมนกรุ๊ปของตนเอง  ซึ่งเป็นผลมาจากค่าธรรมเนียมในการสมัครและความเชี่ยวชาญในด้านเทคนิคเกี่ยวกับการบริหารจัดการโดเมนเนม

บริษัทผู้ผลิตสินค้าชั้นนำ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตและลิขสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยควรจะมีการศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอจดโดเมนเนมกรุ๊ปเพิ่มเติมหรือจดโดเมนในลักษณะ “.th” หรือ “.thai” หรือ “.thailand” เป็นต้น เพื่อให้มีการเสียเปรียบด้านทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับโดเมนที่จะต้องขึ้นตรงกับ ICANN

 

ขอให้ทุกๆ ท่านโชคดี

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

 

กรกฎาคม 3, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

การชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินมือถือยุค Google : Google Wallet Mobile Payment Era


สวัสดี ครับ เรามาขบคิดกันดีกว่าว่าในอนาคตรูปแบบวิธีการชำระเงินค่าซื้อสินค้าหรือบริการกำลังจะเปลี่ยนไปโดยที่เราไม่ต้องพกเงินไปเยอะๆ หรือ ต้องเหลือเงินทอนที่เป็นเศษสตางค์อีกต่อไป แต่ผมก็มองว่าการที่คุณก้าวเข้า Digital World ในทุกเรื่องของชีวิตตั้งแต่ลืมตาตอนเช้าจะกลายเป็นโทษมากกว่า เพราะคุณกำลังจะสูญเสียความรู้สึกที่ได้ไปเดินเลือกดูสินค้า ทดลองใช้ พูดคุยกับคนขาย และบรรยากาศของร้านค้า แบบในอดีตจะให้ความรู้สึกว่าอยากได้สินค้ามากกว่า  แต่อย่างไร ก็ตามชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  ดังนั้นเรามาอ่านด้วยกันว่า Google เขาเสนออะไรใหม่ๆ ให้กับเราบ้าง ครับ

 

บทความนี้คัดลอกจาก คุณ Greg Sterling

เป็นเวลากว่าทศวรรษคนทั่วไปใช้รหัส 3 ตัวท้ายของบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดในการยืนยันการชำระเงินผ่านทางระบบออนไลน์ ในลักษณะเดียวกัน Apple ได้เร่งพัฒนาสินค้าของตนเพื่อเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนด้วย iPhone ในปี 2007 นอกจากนี้ กระเป๋าสตางค์ยุค Google เป็นจุดเริ่มต้นของยุคการชำระเงินผ่านทางระบบโทรศัพท์มือถือ แน่นอน Google ไม่ใช่ บริษัทแรกที่ให้บริการด้านการชำระเงินค่าสินค้าผ่านทางระบบโทรศัพท์มือถือ และคงจะไม่สามารถเป็นผู้นำด้านการชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือได้ แต่ไม่นานมานี้ Google ได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะเริ่มพัฒนาระบบที่เชื่อมเครือข่ายของการชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ

เชิญพิจารณาประกาศของกระเป๋าสตางค์ยุค Google ร่วมกัน : 

เรารู้อะไรเกี่ยวกับ กระเป๋าสตางค์ยุค Google (Google Wallet) บ้าง?

  • โทรศัพท์ : กระเป๋าสตางค์ยุค Google จะทำงานร่วมกับ Android Nexus S  (ผ่าน Sprint ใน สหรัฐอเมริกา) — และผ่านชิปสมาร์ทโฟนที่มี NFC  ถึงแม้ว่ากระเป๋าสตางค์ยุค Google ได้ demoed ใน เอ็นเอฟซีที่เปิดใช้งาน Nexus S ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้สมาร์ทโฟนเฉพาะกับเอ็นเอฟซีชิป  ซึ่งระบบโทรศัพท์สมาร์ทที่ต้องการใช้ประโยชน์จากระบบการชำระเงินใหม่ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมสามารถขอรับ NFC-enabled sticker รุ่นพิเศษสำหรับใช้กับโทรศัพท์ของคุณได้ และสามารถทำธุรกรรมผ่านทาง NFC-enabled sticker ที่เชื่อมโยงกับกระเป๋าสตางค์ยุค Google ผ่านระบบ Android ในอุปกรณ์ของคุณผ่านทางระบบเมฆ (Cloud)
  • Cards : โปรแกรมจะทำงานร่วมกับ Citi MasterCard, pre-loaded Google Prepaid Card (ซึ่งสามารถ “เติมเงิน” จากแหล่งใดๆ ของจุดเติมเงิน) และบัตรของขวัญจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต่างๆ  ซึ่ง Google ต้องการให้การชำระเงินทั้งหมดของบัตรของขวัญและบัตรสะสมคะแนนทำงานผ่าน กระเป๋าสตางค์ยุค Google
  • ตลาด :  สำหรับอนาคตอันใกล้นี้โปรแกรมจะเปิดให้บริการใน ซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก
  • ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ : นี้เป็นครั้งแรกที่มีความหลากหลายในการเชิญร้านค้าเข้าร่วมโครงการในปริมาณที่มากพอสมควร อาทิ American Eagle Outfitters, Bloomingdale’s, Champs Sports, The Container Store, Duane Reade, Einstein Bros. Bagels, Foot Locker, Guess, Jamba Juice, Macy’s, Noah’s Bagels, Peet’s Coffee & Tea, RadioShack, Subway, Toys“R”Us and Walgreens  แต่เนื่องจาก กระเป๋าสตางค์ยุค Google อาศัยระบบการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานของ MasterCard PayPass  ซึ่งมีร้านค้าที่ยอมรับระบบ PayPass มากกว่า 124,000 ร้านค้า และมากกว่า 311,000 ร้านค้าทั่วโลก (นอกจากนี้ Google ได้จัดทำแผนที่ของร้านค้าที่รับบริการของ PayPass)
  • Google นำเสนอการเชื่อมโยงกับกระเป๋าเงิน : เสนอระบบที่สามารถเชื่อมโยงการระหว่างร้านค้า และ กระเป๋าสตางค์ยุค Google เพียงการคลิกเพียงครั้งเดียว (ถ้าคุณล็อกอินอยู่ในระบบ) คุณจะสามารถจะไถ่ถอนได้จากการใช้ “Single Tap” ณ จุดขายสินค้าหรือผ่านการสแกนหรือคีย์ในรหัสถ้าระบบ POS ไม่สนับสนุน Single Tap
  • โครงการอนาคต : Google จะพัฒนาระบบการชำระเงินค่าโดยสารเครื่องบินและบัตรผ่านขึ้นเครื่อง ซึ่งจะต้องใช้การตรวจสอบข้อมูลที่ตรงกันและตัดรายการจาก กระเป๋าสตางค์ยุค Google ของคุณ

ความเห็นผู้เขียน : การพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากที่ประเทศไทยจะต้องนำข้อดีและข้อเสียมาศึกษา ซึ่งส่วนตัวของผมไม่ได้คิดไกลขนาด Google แต่อยากให้ประเทศไทยพัฒนาด้านการท่องเที่ยวด้วยการจัดทำ Smart Card สำหรับนักท่องเที่ยว (ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เกาะฮ่องกง) ที่ฝังไมโครชิบขนาดเล็กบนการ์ด และจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้ซื่้อ  Smart Card สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อใช้จองห้องพัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเดินทางของรถไฟ รถทัวร์  ตั๋วเรือเดินทาง รายการทัวร์ และ บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตต่างๆ หรืองานแสดงด้านโขน หรือประเพณีต่างๆ  ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลเรื่องการแลกเงิน หรือเศษสตางค์  และเราสามารถใส่ส่วนลดของร้านค้าได้ใน Smart Card สำหรับนักท่องเที่ยว และจัดทำแผนที่ร้านค้าแจกเป็นใบปลิว หรือ จะพัฒนาให้อยู่ในระบบ Smart Phone ก็ทำได้ไม่ยากนัก แต่คงไม่เจ๋งเท่า Google แน่นอน  แต่ไม่รู้สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทยได้หรือไม่?

อาณาจักรของ กระเป๋าสตางค์ยุค Google : 

ระบบกระเป๋าสตางค์ยุค Google ใน Android  ซึ่ง Google หวังว่าจะสามารถสร้างกระแสของการชำระเงินผ่าน “อาณาจักร อีคอมเมิร์ซ” กระเป๋าสตางค์ยุค Google ที่เป็นระบบเปิดที่มีมาตรฐานกลางและให้ผู้ที่สนใจทั้งหมดสามารถเข้ามาร่วมในการเชื่อมต่อกับ อาณาจักรแห่งนี้ได้ผ่านทางระบบ Android

กระเป๋าสตางค์ยุค Google จะทำงานได้ดีที่สุดถ้าเปิดเป็นระบบอาณาจักร อีคอมเมิร์ซเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการทั้งหมดผ่านบัตรเครดิต บัตรของขวัญ และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วแต่ความสะดวกของคุณ  ด้วยเหตุนี้ กระเป๋าสตางค์ยุค Google จะสามารถทำให้เป็นจริงได้ นอกจากนี้ยังสามารถรวบรวมความแตกต่างของประเภทบัตรต่างๆ เข้ามาในระบบของ Google เช่น Citi, MasterCard, First Data และ Sprint หรือ เป็นแหล่งชุมนุมของเหล่าธนาคารต่างๆ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ร้านค้าต่างๆ และอื่นๆ เพื่อทำงานร่วมกับ กระเป๋าสตางค์ยุค Google

โดยในปัจจุบันได้มีพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงินเข้าร่วมให้บริการแล้ว ได้แก่ Citi, MasterCard, First Data ที่สร้างระบบฐานข้อมูลเชื่อมกับ Google ซึ่งในอนาคตธนาคารอื่นๆและกิจการที่รับชำระเงินต่างก็จะเข้าร่วม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีระบบป้องกันความเสี่ยงสำหรับการชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาด้านโทรศัพท์ไร้สาย เช่น AT&T, T-Mobile, Verizon

ระบบการชำระเงิน PayPal มีวิสัยทัศน์ที่คล้ายกันมากสำหรับระบบอาณาจักรของการชำระเงิน–สองผู้บริหารหลักของ Google ได้นำเสนอเปิดตัว กระเป๋าสตางค์ยุค Google เมื่อสามสัปดาห์ที่ผ่านมา  ซึ่ง Google อาจจะต้องวางแผนรับมือกับการฟ้องร้องจาก PayPal เรื่องการคุกคามทางธุรกิจในลักษณะผูกขาดทางธุรกิจ

ข้อเสนอและรูปแบบกระเป๋าสตางค์ยุค Google ด้านบริการอื่นๆ :

 

Google รู้ดีว่าการที่จะทำให้กระเป๋าสตางค์ยุค Google ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องสร้างความสนใจและการยอมรับของผู้บริโภค นี้อาจจะเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดของความพยายามการสร้างอาณาจักรอีคอมเมิร์ซ ของ Google

อีกวิธีหนี่งที่ Google หวังที่จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคด้วยการเชื่อมต่อด้านข้อตกลงแก่ทุกร้านค้าหรือผู้ประกอบการด้านการเงินที่สนใจ วิธีที่สองคือ การออกแบบโปรแกรมที่แตกต่างกัน และมีความหลากหลายด้านบริการที่เชื่อมโยงกับการให้บริการของกระเป๋าสตางค์ยุค Google  ที่แตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆ ในตลาด  ถึงแม้ว่า Groupon, LivingSocial และ ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินอื่นๆ จะสามารถพัฒนากระเป๋าสตางค์ยุค Google — และข้อเสนอพิเศษอื่นที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจของผู้บริโภคเพิ่มเติมเพื่อทดลองใช้กระเป๋าสตางค์ยุค Google

ได้มีการทดลองเปรียบเทียบศักยภาพของกระเป๋าสตางค์ยุค Google ที่ Google (app) และแผนที่บนโทรศัพท์ Android เกี่่ยวกับสถานที่ตั้งของร้านค้า แผนที่  ระบบนำทางแผนที่ บนโทรศัพท์ Android  ซึ่งการมีตัวช่วยเหล่านี้จะช่วยเสริม  การใช้งานทั้งหมดของพวกเขา  เทียบกับทางเลือกระบบการชำระเงิน   แบบอื่นๆ  ซึ่งเราเชื่อว่า Google จะต้องสร้างระบบบริการเสริมอื่นๆ เข้ามาในระบบ กระเป๋าสตางค์ยุค Google อย่างแน่นอนเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกอยากได้ใช้บริการอย่างแน่นอน

Google มีความต้องการที่จะได้รับการมีส่วนร่วมของร้านค้าผู้ประกอบการอย่างแพร่หลาย/คูปอง/ข้อเสนอส่วนลดต่างๆ (Dealmap หรือ Facebook) เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อเสนอที่เพียงพอ “คลังข้อมูล” ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง

ความเห็นผู้เขียน: 

ประเด็นด้านการตลาด : 

ผู้บริโภคทุกคนต่างต้องการความมั่นใจว่า Google สามารถรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้บริการกระเป๋าสตางค์ยุค Google แต่กลุ่มผู้เป็นลูกค้าที่จะทดลองใช้บริการของ Google จะต้องเป็นผู้บริโภคที่ชอบเทคโนโลยี และระบบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนลองรับเทคโนโลยีของ Google ด้วย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจน่าจะเป็น 18 – 34 ปี ประมาณ 70% จากข้อมูลการวิจัยของบริษัทวิจัย

สิ่งหนึ่งที่มันจะมาพร้อมกระเป๋าสตางค์ยุค Google คือ โฆษณาและข้อมูลปริมาณการซื้อขายสินค้าของคุณจะต้องถูกนำไปวิเคราะห์ และจัดกลุ่มประเภทของสินค้าที่ขายดีที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีค่ามากสำหรับนักการตลาด นอกจากนี้การโฆษณาส่งเสริมในลักษณะต่างๆ จะถูกพัฒนาบนระบบ Application ของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เยอะมาก และคุณจะพบป้ายสัญญาลักษณ์เล็กๆของ Google แป๊ะอยู่ตามร้านค้าหรือป้ายโฆษณาต่างๆ ซึ่งเพียงคุณนำโทรศัพท์ไปสัมผัสที่ป้ายโฆษณาเหล่านั้น คุณก็จะพบข้อมูลจากคลังข้อมูลที่คุณสามารถเชื่อมต่อได้กับโทรศัพท์ของคุณเพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกสินค้าและบริการได้ และจะแสดงร้านค้าอื่นๆ ที่จำหน่ายสินค้าแบบเดียวกันในบริเวณที่คุณยืนอยู่ด้วย คุณสามารถเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดของแต่ละร้านได้ (รับรองการแข่งขันจะรุนแรงมากครับ)

จริงๆ เรื่องนี้ สามารถนำมาวิเคราะห์และวางแผนการตลาดได้อย่างหลากหลาย และได้หลายแง่มุมอย่างมาก หรือนั่งคุยกันได้เป็นวันๆ เลยครับ  ซึ่งวันนี้ผมขอจบการเขียนบทความเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้ยังต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอีกเยอะมากครับ และจะต้องมีการแข่งขันอย่างรุนแรงแน่นอน ครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

https://eiamsri.wordpress.com

http://www.interfinn.com 

มิถุนายน 5, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

กลยุทธ์การสร้าง link เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์


สวัสดีครับ ตอนนี้ผมกำลังนั่งฟังเพลงผ่านอินเตอร์เน็ตที่เป็นเพลงแนวแจ๊สแบบไม่มีโฆษณา แถมฟรีอีกต่างหากถ้าท่านใดที่ชื่นชอบแจ๊ส เชิญที่นี้เลยครับ http://www.jazzradio.com/ ซึ่งผมยังคิดอยู่ในใจว่าทำไมคนไทยที่เป็นค่ายเพลงไม่ทำแบบนี้บ้าง เรามีเพลงไทยเก่าๆ เพราะๆ เยอะมาก แต่เด็กรุ่นหลังๆ ไม่มีใครรู้จักแล้วเขาคือใคร ท่านใดที่มีความสามารถในการรวบรวมเพลงไทยได้และสามารถตั้งสถานีได้ เชิญเลยครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

เรามาคุยกันต่อในเรื่องของการสร้างกลยุทธ์การเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบริษัทกับเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเพิ่ม Page Rank ให้กับเว็บไซต์ของเรากันครับ แบบไม่ต้องเสียเงินมากนักแต่ต้องแลกด้วยความอดทนและความพยายามครับ

คัดลอกจาก : This SEO Marketing article submitted by Kevin Pike, SEO Manager of Sweet Spot Marketing.

จากผลการสำรวจของผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ในปี 2009  ด้านความสำคัญของการเชื่อมโยงสำหรับช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้สูงขึ้นด้วยปัจจัยที่ดี 5 อันดับแรก ที่ช่วยสร้างการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของคุณ

ทำไมลิงก์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ?

แนวคิดเบื้องหลังของ PageRank คือ ถ้าหน้าเว็บเพจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ หน้าเว็บเพจอื่นๆ จะลิงค์มายังหน้าเว็บเพจที่สำคัญแห่งนี้ สิ่งที่สำคัญมากกว่าการเชื่อมโยงหน้าเว็บเพจภายในเว็บไซต์ของตนเองแล้ว การมีลิงค์จากภายนอกมายังเว็บไซต์ของคุณจะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีน้ำหนักของความน่าสนใจมากขึัน สิ่งนี้เป็นวิธีการเพิ่ม PageRank ที่สำคัญมาก ดังนั้นการที่จะทำให้เจ้าของเว็บเพจต่างลิงค์เข้ามาหาเว็บเพจของคุณได้ “คุณจะต้องมีเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่ดีมาก  มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือสูง มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอยู่เสมอ สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง หรือใช้สำหรับการศึกษาเบื้องต้นได้”

 เพราะถ้าหน้าเว็บเพจของคุณมีความสำคัญและมีการเชื่อมโยงลิงค์เยอะๆ จะมีค่ามากกว่าการจัดทำการแก้ไข Keyword หรือ การเพิ่มปริมาณลิงค์ภายในเว็บไซต์ ของคุณเท่านั้น

seolink

คุณภาพ vs. ปริมาณ

การสร้าง ลิงค์ จากภายนอกให้เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณไม่เพียงแต่สนับสนุนปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วเพื่อให้ชนะคู่แข่งแล้วของคุณแล้ว คุณภาพของการเชื่อมโยงเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในเพิ่ม PageRank ของคุณเป็นสิ่งที่สำคัญมากในวันนี้ การเพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางบล็อกของคุณการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่บทความและการเพิ่มไดเรกทอรี่ใน Search Engines ต่างๆ  ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะช่วยสร้างการเชื่อมโยงและช่องทางเพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมตามที่พวกเขาต้องการ นอกจากนี้การเชื่อมลิงค์แบบนี้จะช่วยสร้างความสำคัญให้กับเว็บไซต์ของคุณและช่วยพัฒนาอันดับเว็บไซต์ของคุณได้

ความเห็นผู้เขียน : ดังนั้น ต่อไปนี้ขอให้คุณพยามค้นหาเว็บบล็อกต่างๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณหรือเกี่ยวเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณและทำเขียนบทความหรือ สร้างเว็บบล็อกด้วยการนำเนื้อหาที่น่าสนใจจากสินค้าหรือบริการของคุณไปเขียนในเว็บบล็อก เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเว็บไซต์ท้้งหลายได้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ และอาจจะกลายเป็นลูกค้าคนสำคัญของคุณในอนาคตด้วย  ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นจะต้องใช้ความพยามและความขยันในการหาเรื่องมาเขียนให้น่าสนใจตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายครับ และที่สำคัญคุณภาพของบทความที่คุณเขียนจะสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในตัวคุณออกมาครับ

เทคนิคการสร้าง Link 

  • การส่งบทความ : การเผยแพร่เนื้อหาในเว็บไซต์ไปยังภายนอก

เทคนิคนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้รับการเชื่อมโยงเว็บไซต์จากภายนอกที่เป็น Forum ที่มีชื่อเสียงมีผู้คนอ่านเป็นจำนวนมากมายังเว็บไซต์ของคุณ และเป็นการพัฒนาทรัพยากรเนื้อหา contents ที่ดีในเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่รู้จักแก่เว็บไซต์ภายนอกและกลุ่มเป้าหมาย ถ้าบทความที่คุณเขียนมีความน่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือ เว็บมาสเตอร์จะทำการเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือช่วยประชาสัมพันธ์บทความของคุณให้ฟรี ผมก็ใช้บริการของ http://www.oknation.net/blog/ และของต่างชาติอีกหลายแห่ง เพื่อเป็นการเผยแพร่บทความของผมและเรื่องที่ผมสนใจศึกษาอยู่เป็นต้น  ซึ่งการทำแบบนี้จะต้องเตรียมตัวหาบทความที่ดีและเลือกกลุ่มผู้รับฟังที่เหมาะสม และสไตล์การเขียนก็สำคัญจะต้องเป็นรูปแบบของตัวคุณเองจะได้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดในการเขียน ที่สำคัญต้องเลือกหัวเรื่องที่คุณสนใจและมีความถนัดเป็นหลัก ห้ามเลือกตามกระแสเพราะคุณจะอธิบายงานเขียน หรือยกตัวอย่างประกอบได้ยากพอสมควรครับ

  • Blog / Forum Comments : แสดงความคิดเห็นเพื่อรับลิงค์

ปัจจุบันนี้ Blogs และหัวข้อของ Forum Comments มีเป็นจำนวนมากและอยู่บนเว็บไซต์แบ่งแยกตามประเภทธุรกิจที่แต่ละ Webmaster จะสนใจเรื่องใด และอยากคุยกับนักท่องเว็บไซต์อื่นๆ ในประเด็นใด เป็นต้น  ซึ่งพวกเขาจะยินดีต้อนรับให้คุณเข้าไปแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์ให้กับความหรือการเสนอความเห็นแบบมองต่างมุมกับผู้เขียนตั้งประเด็น เป็นต้น เมื่อคุณได้เข้าไปเขียน Blogs หรือ Forum ประจำก็จะเกิดมี Fan Club ติดตามความเห็นหรือบทความของคุณและร่วมแสดงความเห็นในเรื่องที่คุณสนใจ หรือการเข้าร่วมสนทนาออนไลน์ที่คุณสามารถสร้างการเชื่อมโยงกลับไปยังเว็บไซต์ของคุณได้ ซึ่งเว็บไซต์บางแห่งอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นให้มีการเชื่อมโยงหรือการสมัครสมาชิกเพื่อเก็บข้อมูล Profile ประวัติของคุณแล้วค่อยอนุญาตให้คุณได้แสดงความคิดเห็นให้มีการเชื่อมโยงหรือการตั้งค่า Profile กลับไปยังเว็บไซต์ของคุณในฐานะเจ้าของ Blogs หรือ ผู้ให้ความเห็น

ความเห็นผู้เขียน : การสมัครเข้าร่วมเขียน Blogs หรือ การเข้าร่วมเสนอความเห็นใน Forum ต่างๆ และใส่ชื่อคุณกับเว็บไซต์ของคุณในที่ตรงนั้น จะช่วยให้คุณเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ และเมื่อคุณเขียนบทความเป็นจำนวนมากๆ และมีความน่าเชื่อถือสูง ชื่อเว็บไซต์ของคุณ หรือ ชื่อของคุณก็จะถูกค้นหาใน Google มากขึ้นและมีการ link มายังเว็บไซต์หรือเนื้อหาของ Blogs คุณมากขึ้น  ดังนั้นนี้เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่ดี และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณและบริการของคุณ  โดยที่คุณเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก แต่ได้รับการยอมรับและ link กลับมาหาคุณที่สูงมากเช่นกัน

  • Social Bookmarking & Social Media Mentions : เชื่อมโยงกับเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์

คนรุ่นใหม่ใหม่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตนอกบ้านร่วมกับ Social Media Network เป็นจำนวนมาก เพราะลืมตาตื่นขึ้นมาคุณก็มองหา BB หรือ iPhone แล้วว่ามีใครส่งอะไรมาใหม่บ้างเมื่อคืนนี้ หรือ เช้าวันนี้ ระหว่างทางเดินทางไปทำงานคุณก็อ่านข่าว Chat หรือส่งเมล์ตอบกลับบุคคลต่างๆ หรือเข้าไปอ่านความเห็นของเพื่อนๆ หรือกลุ่มของคุณใน FaceBook หรือเข้าไปอ่านข่าวซุบซิบใน Twitter ที่มีความเร็วและมีเนื้อหาตรงกับความต้องการของคุณ  ดังนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องนำตัวเองและเว็บไซต์ของคุณให้เข้าไปอยู่ในกระแสของ Social Media Network ให้ได้ด้วยการเข้าไปร่วมให้ความเห็นในกลุ่มของคุณ สร้างเนื้อหา contents ใน Social Media ของคุณเพื่อแนะนำเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการใหม่ ที่คาดว่าคนในกลุ่มของคุณจะสนใจ คำเตือน : “อย่าทำตัวเป็น Salesman ที่ขายทุกอย่างที่ขวางหน้ากับเพื่อนๆ ในกลุ่มของคุณเด็ดขาด เพราะจะทำให้ความไว้ใจ และเคารพนับถือในตัวคุณหายไป  หรือ ทำตัวเป็นศาสดาใหม่ รู้มันหมดทุกเรื่องในโลกนี้ ยกเว้นไม่รู้เรื่องปัญหาของตนเอง “

ความเห็นผู้เขียน : คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มของ Social media ที่เป็นที่ยอมรับและอยู่ในกลุ่มที่ใหญ่ มีเคารพซึ่งกันและกัน มีเชื่อถือกัน เพื่อที่จะได้เชิญชวนให้สมาชิกในกลุ่มแวะเวียนเข้ามาวิจารณ์หรือเสนอความเห็นในเว็บไซต์คุณ Blogs ของคุณที่เขียนบทความเรื่องต่างๆ ที่คาดว่าจะตรงกับความสนใจของสมาชิกในกลุ่มนั้นๆ

  • Directory Submission : การส่ง URL เว็บไซต์ของคุณไปยังเว็บไซต์ไดเรกทอรี่ต่างๆ

เราขอแนะนำให้ Adding แค่เพียงสองแห่งที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ DMOZ และ Yahoo ซึ่งยังคงมีการเชือมโยงที่น่าเชื่อถือ และการที่ Directory ทั้ง 2 แห่งนี้จะยอมรับเว็บไซต์ของคุณจะต้องมีหน่วยงานมาช่วยกลั่นกรอง ทั้งที่เป็น robot ในรอบแรกเพื่อเช็ค link ของ URL คุณกับ Google และยังมีด่านที่ 2 อันดับของ PageRank ในเว็บไซต์ของคุณว่ามีเนื้อหาที่ยอมรับได้ มีความน่าเชื่อถือประมาณใด และด่านที่ 3 จะเป็นคนที่จะมานำ URL ของคุณไปใส่ในฐานข้อมูลที่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่อันดับที่เท่าไร และอยู่ภายใต้ Keyword ที่ตรงกับคุณมากน้อยกี่เปอร์เซ็น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิบากกรรมของ webmaster ที่จะต้องทำการดูแลตลอดอายุของเว็บไซต์ครับ

  • ข่าวประชาสัมพันธ์ : การส่งข่าวไปยังเว็บไซต์ข่าวเพื่อนำเสนอข้อมูล

การที่ผมเสนอแบบนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้คุณสร้างข่าวเทียม หรือปล่อยข่าวนะครับ แต่เป็นการที่คุณสมัครเป็นนักข่าวอาสาให้กับสื่อสิ่งพิมพ์หรือการส่งบทความต่างๆที่น่าสนใจไปยังเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ เพื่อประกาศข่าวประชาสัมพันธ์แนวสาระที่น่าสนใจ ซึ่งคุณสามารถสมัครสมาชิกและนำเสนอข่าวได้ เช่น PRweb ซึ่งจะมีการสร้างดัชนีสำหรับเป็นเครื่องมือในการค้นหาและการเป็นผู้จัดอันดับความสำคัญของข่าวที่ประชาสัมพันธ์ผ่านทาง RSS ที่มีสมาชิกกว่า 250,000 คน ซึ่งรวมถึงการเขียน Blogs ของนักข่าวและผู้ที่สนใจเขียนข่าวทั่วไป

สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่าทุกๆ ท่านคงจะได้ความคิดใหม่ๆ เพื่อที่จะสร้าง link เพื่อเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเป็น link จากเว็บไซต์ภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ หรือสร้าง Fan Club ให้คอยติดตามเนื้อหาข้อมูลในสิ่งที่คุณสนใจและเผยแพร่ในเว็บ Blogs ต่างๆ หรือการเข้าไปร่วมสนทนาแบบเฉพาะกลุ่มย่อยเพื่อนำเสนอความคิดเห็นใน Forum ต่างๆ ที่ตรงกับรสนิยมหรือธุรกิจของคุณเพื่อสร้างเครือข่ายของกลุ่มและเชิญชวนด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจของคุณในเว็บไซต์ เพื่อให้เกิด traffic และการบอกต่อในลักษณะ Buzz ต่อไปครับ   วันนี้เราคุยกันประมาณนี้ก่อนนะครับมีโอกาสผมจะหาเวลามาเล่าให้ฟังใหม่ครับ

โชคดีมีความสุข ทุกๆ ท่านครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

https://eiamsri.wordpress.com

http://www.interfinn.com

พฤษภาคม 26, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

จะทำให้สื่อสังคมพอดีกับธุรกิจของคุณได้อย่างไร?


สวัสดีครับ ช่วงนี้มีแต่ข่าวการเมืองทุกนาที ฟังแล้วปวดหัวเพราะเราได้รับข่าวสารมากเกินไปรึเปล่าครับ  เรามาคุยเรื่องเบาๆ กันดีกว่าครับ ผมเป็นคนชอบอ่านและชอบเล่าให้เพื่อนๆ ลูกค้า และนักศึกษาได้เอาไว้เป็นข้อคิดในการจะทำธุรกิจ หรือ ศึกษาว่าแนวโน้มของการบริหารจัดการจะเป็นอย่างไรในอนาคต ผมยังให้คะแนนที่สูงมากกับ Google , Apple,  Facebook ครับ ว่าจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตต่อไปตราบใดที่เรายังหาอะไรมาทดแทนอินเตอร์เน็ตไม่ได้

ข้อความนี้คัดลอกมาจาก คุณ David M Williams                                                     Follow us on Twitter

สื่อสังคมเป็น buzzword Digg Facebook Reddit StumbleUpon Twitter นี้เป็นเพียงบางส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบันและในขณะที่บางคนอาจจะพิจารณาจะสร้างรายได้ หรือทำการตลาดบน สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างไร ซึงไม่มีใครที่มีวิธีการที่สำเร็จรูป ที่ทุกบริษัทสามารถลอกเลียนแบบได้อย่างทันที

สื่อสังคมออนไลน์เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องจำกัดเวลาในการเข้าใช้บริการของพนักงานในสำนักงานคุณในการโพสต์ข้อความใน Facebook และ Twitter และเวลาในการทำงานของพนักงานบางส่วน”ระเหย” ไปกับการเล่น Facebook ดังนั้นคุณจึงทำการปิด บล็อก การเชื่อมต่อกับสื่อสังคมเว็บไซต์ในช่วงเวลาทำงาน แต่ได้หมายความว่า “คุณไม่ต้องการให้พนักงานบางส่วนของบริษัทฯ อื่นๆ เชื่อมต่อกับธุรกิจของคุณในช่วงเวลาทำงานของพวกเขา”  เป็นไปได้ว่าการสื่อสารประโยชน์ของสื่อสังคมเว็บไซต์เป็นระยะคลุมเครือในรายละเอียดและไม่ชัดเจนว่าพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทฯ จะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ปล่อยให้พนักงานใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ ในการเข้าไปนำเสนอข้อความส่วนตัวส่วนใหญ่ นอกจากนี้ความหลากหลายของเว็บไซต์และบริการ WordPress, Facebook, Twitter, YouTube แม้จะถือว่าทุกเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทางสังคม

ความจริงก็คือ สื่อทางสังคมมาในหลายรูปแบบและแง่มุม แต่ที่เป็นหัวใจ ของเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการโต้ตอบ และการติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่สนใจในเว็บไซต์ของสินค้าและบริการของคุณและดำเนินการดังกล่าวในลักษณะที่ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าการขายแบบดั้งเดิม โทรศัพท์แนะนำสินค้า หรือออกบูธงานแสดงสินค้าทางการตลาด เครือข่ายทางสังคมสามารถเป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณในหลายๆ ช่องทาง เช่น

 Twitter feeds ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มมากขึ้นโดยองค์กรเพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ความสามารถใหม่ในอุปกรณ์ต่างๆ หรือในเว็บไซต์  หรือรวมไปถึงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบริษัทฯ  เพราะมันรวดเร็วและราคาถูกกว่าการส่งอีเมล์มาร์เก็ตติ้งแบบจำนวนมากๆ  นอกจากนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็วกว่าการโพสต์บนเว็บไซต์ของคุณ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า และเจาะจงกลุ่มผู้รับได้ชัดเจน  นอกจากนี้ได้เกิดธุรกิจเกี่ยวกับ Twitter โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ Twitter เพื่อใช้ในการสร้าง Buzz รวมทั้งใช้รับข้อร้องเรียนต่างๆ เช่น สนามบินบริสเบน และ Telstra สองธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสในการให้ผู้ใช้บริการแสดงความคิดเห็นหรือควาามไม่พอใจในการตลาด หรือ การประชาสัมพันธ์ และเพื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ใกล้ชิดกับลูกค้าไม่ว่าบริษัทฯ ของคุณจะขายสินค้าหรือบริการอะไร  ถ้ามีการจัดทำแบบมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกวิถีทางที่คุณแน่นอนควรมองเข้าไปใน Twitter เป็นตัวเลือก Facebook และ Linkedln สร้างมูลค่าให้กับบริษัทฯ ของคุณ โดยสามารถสมัครสมาชิกขออนุญาตสร้างหน้าบริษัทฯ และนำเสนอบริการที่น่าสนใจของบริษัทฯ  ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้เข้าชมของคุณในเว็บไซต์สื่อสังคมนี้จะให้ความเห็น และเกิดการโต้ตอบระหว่างกลุ่มลูกค้าในวงกว้างได้  Linkedln มีผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นมืออาชีพที่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน  ในขณะที่ Facebook มีมากขึ้นในเชิงต่อบุคคลในชีวิตประจำวันและมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง

หากธุรกิจของคุณอยู่กลุ่มธุรกิจขายตรง สามารถใช้บริการเว็บไซต์สื่อสังคม ได้แก่ Facebook มีค่ามากกว่าที่คุณจะได้ตระหนักถึงโดยการสร้างความสุขผ่านทาง Facebook ลูกค้าหรือผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกธุรกิจของคุณจะให้ข้อเสนอของคุณอย่างไร ก็ตามพวกเขาจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการของคุณหรือธุรกิจของคุณ ซึ่งพวกเขาจะ “ชอบ” Like สิ่งที่พวกเขาเห็นและแนะนำไปยังเครือข่ายของพวกเขาให้ทราบในสิ่งที่พวกเขา “ชอบ” จึงเกิดกระบวนการเสนอแนะธุรกิจทางอ้อม

วิกิพีเดียหรือบล็อกช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายนอกระบบกับลูกค้าที่สนใจที่ต้องรู้ว่าสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของบริษัทฯ และขอเสนอการให้บริการทางการตลาดของคุณ ดังนั้นการที่ผู้บริหารระดับสูงจะประกาศคำสั่งใดๆ ออกไป ทาง e-mail ก็เปลี่ยนมาเป็นการประกาศผ่านเว็บบล็อกของบริษัทเอง เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่พวกเขาทำงานอยู่และที่จะต้องทำต่อไป ? หรือจะเพิ่ม RSS feeds ไปที่หน้าแรกของระบบ Intranet และให้พนักงานของคุณหรือตัวคุณเองที่คอยปรับปรุงเพิ่มเติมข่าวสารของพอร์ตทัล ที่พนักงานสามารถอ่านและเข้าถึงได้ โดยที่พวกเขารู้ว่าคุณเป็นคนทำด้วยน่ะ

ผู้เขียนมีความเห็นว่า : การที่องค์กรขนาดใหญ่ๆ มีพนักงานเป็นจำนวนมาก ควรจะมีเว็บบล็อกของธุรกิจเอง เพื่อให้พนักงานภายในองค์กรได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงาน และความคิดใหม่ๆ เพื่อให้คุณได้ทราบความคิดใหม่ๆ หรือคำสั่งที่ผิดพลาด  ซึ่งผู้บริหารระดับสูงอาจจะมองข้ามแต่พนักงานระดับปฎิบัติการจำเป็นต้องแสดงความเห็นเพราะนั้นมีผลกระทบกับพวกเขาอย่างรุนแรง  ซึ่งผู้บริหารจะมองข้ามประเด็นเหล่านี้ไม่ได้

การเพิ่มลูกเล่นทางการตลาดผ่านทาง Twitter หรือ Facebook จะต้องมีการวางแผนช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสินค้าใหม่ๆ ที่กำลังจะออกทดสอบตลาด หรือต้องการความเห็นของผู้ที่ได้มีการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่บริษัทฯ เพิ่งจะวางจำหน่ายและต้องการ Feedback ตอบรับว่า “สินค้าดี ” หรือ “สินค้าไม่ดี” อย่างไร การสร้างสื่อสังคมออนไลน์จะช่วยได้บางส่วนเหมือนเป็นการเก็บข้อมูลเบื้องต้น

ดังนั้นขอให้ผู้อ่านทุกๆ ท่าน มีความสุขในช่วงสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2554 นี้ครับ และแวะเวียนมาอ่านกันอีกนะครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

พฤษภาคม 26, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

อย่าหลอก! Google ด้วยการเพิ่มหน้าซ้ำๆ หวังเพิ่ม Google Ranking


         สวัสดีครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง Google กันต่อนะครับ ด้วย Google ในปัจจุบันเปรียบเสมือนผู้คุมกฎด้านการค้า e-trading บน Digital World แห่งนี้เลยนะครับ เราจะปฎิเสธบริการของ Google ไม่ได้ และเราต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบริการของ Google ให้ได้ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักของคนบนโลกออนไลน์ และสามารถทำการค้าได้อย่างสบายใจ  ดังนั้นวันนี้เรามาศึกษาว่าสิ่งใดที่เราควรทำ และไม่ควรทำเพื่อให้อันดับสูงขึ้นใน Google Ranking กันครับ

googlelogo

          เราทุกๆ คนมีประสบการณ์ในการใช้ Search Engines โดย Google ในการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต และคลิกเลือกเว็บไซต์ที่อยู่อันดับไม่เกิน 10 ในหน้าเว็บเพจของ Google ที่ได้นำเสนอข้อมูลเว็บไซต์อย่างย่อเพื่อให้คุณเลือกใช้บริการ  ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเว็บไซต์จะคลิกเลือกข้อมูลเว็บไซต์ในอันดับต้นๆ เป็นอันดับแรก และรองๆ ลงมา ดังนั้นอันดับเว็บไซต์ของ Google ต้องมีความสำคัญมากสำหรับเว็บไซต์ของคุณ  ซึ่งสิ่งที่คุณทำอาจจะเพิ่มหรืออาจจะลดลงของอันดับ Google Ranking อย่าน่าตกใจก็ได้  คุณจำเป็นจะต้องหยุดคิดเกี่ยวกับมันให้ละเอียดรอบคอบและอย่างเป็นมืออาชีพด้วย

สิ่งต่อไปนี้จะเป็นข้อห้ามสำหรับ Google Ranking ครับ 

     1. คุณอย่าได้นำ “ข้อมูลเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่ซ้ำๆ กันแบบ 100%” ไปเพิ่มหน้าเว็บไซต์ให้ดูเยอะ (แต่ถ้าข้อมูลไม่ซ้ำกันและเขียนกันคนเรื่อง แต่มีความสัมพันธ์กันภายในเว็บไซต์ ขอให้คุณทำ link ระหว่างกันให้มากที่สุด ดังนั้นเท่ากับว่าคุณจะต้องขยันเขียนนั้นเองครับ) และน่าสนใจด้วยการทำ link เข้าหากันภายในเว็บไซต์ให้เกิด traffic นะครับ เพราะถ้าคุณทำเช่นนี้จะทำให้ Google ลงโทษเว็บไซต์คุณด้วยการลดอันดับ Ranking ของคุณ นอกจากนี้ “อย่าไปคัดลอกข้อความจำนวนมากจากเว็บไซต์เพื่อนบ้านของคุณและนำมาแป๊ะในเว็บไซต์ของคุณ” เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาได้ครับ

         การเพิ่มเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณเองและเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ตรงกับความต้องการของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ (พิจารณาจาก key word) ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ และห้ามนำ textlink จากที่อื่นมาแป๊ะไว้ในเว็บไซต์หน้าแรกของคุณ เพราะคุณจำเป็นต้องเขียนข้อความ บทความเหล่านั้นด้วยตนเองครับ เพื่อให้มีเนื่้อหาอยู่ภายในเว็บไซต์ของคุณเอง   และต้องคอยหมั่นปรับเปลี่ยนเพิ่มข้อความให้มีความทันสมัย ครอบคลุมเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ keyword เหล่านั้นๆ ด้วยครับ

       2. คุณจะต้องนำ keyword ไปใส่ในหน้า Meta Tag ที่อยู่ด้านหลังของหน้าเว็บเพจทุกเว็บไซต์ ครับ และจะต้องมีการใส่ keyword ในหน้าเว็บเพจที่เป็นเว็บหลัก (main page) ด้วยครับ

               2.1 ถ้าคุณยังไม่รู้ว่า Meta Tag คือ อะไร และมันทำงานอย่างไร ขอให้เข้าไปศึกษาได้ที่เว็บไซต์นี้เลยครับ http://www.scrubtheweb.com/abs/builder.html จะมีเครื่องมือสำหรับช่วยคุณสร้าง Meta Tag ที่ดีและได้มาตรฐานครับ

                2.2 ถ้าคุณจะวิเคราะห์ Meta Tag ว่าเว็บไซต์ของคุณมีการใส่ keyword ที่ดีเพียงพอหรือยังเชิญที่เว็บไซต์นี้เลยครับ  http://www.seocentro.com/tools/search-engines/metatag-analyzer.html ผมเชื่อว่าจะช่วยคุณในการวางแผนการใช้ keyword ได้ครับ เพราะผมก็ใช้ประจำครับ

       3. Google ไม่ชอบโปรแกรมแลกเปลี่ยน link หรือ การสร้าง Domain เยอะแล้ว link มายังเว็บไซต์ของคุณ โดยที่ Domain เหล่านั้นไม่มีหน้าเว็บเพจมากพอ มีประมาณ 2-3 หน้าเว็บเพจต่อ Domain  และไม่มีความสัมพันธ์ของเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันเลย เพื่อหวังเพิ่ม Google Ranking

            ในกรณีที่คุณมีเงินเยอะและต้องการขึ้นอันดับเร็ว ก็ต้องใช้บริการซื้อ keyword สำหรับการค้นหาของนักท่องเว็บไซต์ ที่ตรงกับเนื้อหาของเว็บไซต์คุณ ซึ่งมีผู้บริการหลายแห่งแต่ผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เพราะสุดท้ายมันย้อนกลับมาที่ว่าคุณพัฒนาเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ดี และมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนที่จะทำให้นักท่องเว็บไซต์กลับมาหาคุณอีกครั้งมากกว่า

           ผมขอนำเสนอให้คุณตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณเพื่อพิจารณาว่าคุณยังขาดอะไรบ้าง และ keyword ที่คุณใส่ในเว็บไซต์เป็นอย่างไร เว็บไซต์คุณถูก Search Engines หลักๆ ในโลกหาเจอหรือไม่ ลองใช้บริการฟรีได้ครับ

       ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบอันดับเว็บไซต์ของคุณเปรียบเทียบกับทั่วโลก และใช้วัดมูลค่าของเว็บไซต์คุณว่ามีมูลค่าเท่าใดด้วยครับ น่าสนใจมาก

WebDetail Logo (http://webdetail.org)

ขอให้คุณเข้าไปทดสอบอันดับของเว็บไซต์และมูลค่าของเว็บไซต์ได้ที่นี้เลยครับ ฟรี ครับ

           ส่วนที่สองนี้ ผมเสนอให้คุณตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Google เองโดยตรงได้ครับว่าทำไมเว็บไซต์คุณถึง Search ใน Google แล้วหาไม่เจอ หรือ ทำไมอันดับไม่สูงอย่างที่ต้องการ ผมอยากให้คุณเข้าไปอ่านข้อมูลรายละเอียดที่มีเยอะมาก ได้ที่นี่

http://www.google.co.th/webmasters/docs/faq.html

        จะเป็นการบอกกล่าวเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิธีทำให้ Ranking คุณขึ้นอันดับได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากนักแต่ต้องอาศัยความพยาม ความอดทน และความมุ่งมั่นเป็นค่าใช้จ่ายในการเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ครับ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกๆ ท่านสนุกกับการพัฒนาเว็บไซต์ให้ขึ้นอันดับสมดังตั้งใจนะครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

eiamsri.wordpress.com

พฤษภาคม 19, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

คุณรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณเท่าที่ Google ทราบหรือไม่?


สวัสดี ครับ วันนี้ผมจะมาคุยกับทุกๆ ท่านเรื่อง Google กันบ้าง ซึ่งหลายท่านก็รู้แล้วว่า Google ทำงานอย่างไร และบางท่านรู้รายละเอียดในเชิงลึกมากว่าผม  แต่บางท่านก็ยังไม่ทราบเกี่ยวกับการทำงานของ Google ซึ่งมีการทำงานในหลายรูปแบบและมีความซับซ้อนมากครับ เป็นธุรกิจที่่มีความซับซ้อนสูงมากและมีการเชื่อมโยงของฐานข้อมูลในลักษณะใยแมงมุมด้วยครับ  ว่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

ข้อความนี้นำมาจากคุณ Steven Johnson เจ้าหน้าที่ของ Google  google2

Google รู้ว่าจะรักษาชื่อเสียงเกี่ยวกับเป็นเครื่องมือสำหรับการค้นหาข้อมูลที่เหนือกว่าคู่แข่ง พวกเขาจำเป็นจะต้องให้ผลการค้นหาที่ดีกว่าเท่านั้น ดังนั้นคุณจะสร้างวิธีการสำรวจกลุ่มเป้าหมายเว็บไซต์ของคุณ ด้วยเว็บสถิติ (web stat) ที่คุณติดตั้งเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณ เพื่อจะให้คุณจะได้สามารถมองเห็นเช่นเดียวกับ Google ได้หรือไม่?

           Google รู้เกี่ยวกับระยะเวลาที่คุณอยู่บนเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะมีการให้ คุณช่วย “vote” สำหรับเว็บไซต์ที่น่าสนใจและจะช่วยในการพิจารณาความสำคัญของเว็บไซต์ของคุณในการจัดอันดับการค้นหาในอนาคต  Google จะมีเครื่องมือและวิธีการที่จะตรวจสอบความนิยมของเว็บไซต์คุณด้วยวิธีการตรวจจับจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงค์ย้อนกลับมายังเว็บไซต์คุณ และผลการ vote มาเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณ Google จะมี robot ที่อ่านเว็บไซต์ของคุณเปรียบสเมือนมนุษย์และคอยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในเว็บไซต์คุณ

คุณสามารถวิเคราะห์เว็บไซต์ได้ด้วยการใช้บริการ site analytics ของ Google ซึ่งเครื่องมือนี้จะบอกข้อมูลต่างที่ต้องการทราบ เช่น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ไม่ซ้ำกัน ที่เว็บไซต์ของคุณถูกเยี่ยมชม พวกเขามาจากที่ไหน  พวกเขาใช้ Search Engines ใดในการค้นหาเว็บไซต์คุณ พวกเขาอยู่นานแค่ไหน พวกเขาดูอะไรในเว็บไซต์บ้าง และหน้าเว็บไซต์ที่ทำให้พวกเขาออกไปจากคุณ เมื่อคุณรวบรวมข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นระบบและนำมาวิเคราะห์ คุณก็จะเห็นรูปแบบของเว็บไซต์คุณ

เจ้าของเว็บไซต์ส่วนมากจะไม่รู้ข้อมูลการเข้าเยี่ยวชมของนักท่องเว็บไซต์กับเว็บไซต์ของตนเอง  ดังนั้นเป็นการยากที่จะทำการพัฒนาเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง แต่เจ้าของเว็บไซต์จะใช้ ตัวช่วยตรวจจับ web stat แต่นี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสม

การที่คุณจะนำข้อมูลจาก web stat มาวิเคราะห์คุณจะต้องรู้เกี่ยวกับผู้เยี่ยมชม เช่น วันใดในสัปดาห์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด? อะไรคือเหตุผลที่เป็นอย่างนั้น?

การเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณมาจากการอ้างอิงของ Search Engines ใด?  หรือเป็นการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณโดยตรง คำที่ใช้ (Key Word) ในการค้นหาที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณ และมีเว็บไซต์ไหน link มายังเว็บไซต์คุณโดยตรงหรือไม่?

เว็บไซต์ของคุณง่ายแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมจะ bookmark หรือไม่?

ส่วนไหนในเว็บไซต์หรือเรื่องใด? ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด และพวกเขาอยู่ในหน้าเว็บเพจเหล่านั้นนานแค่ไหน และเว็บบราว์เซอร์อะไรที่มีความนิยมมากที่สุดในการเข้ามาชมเว็บไซต์คุณ? เช่น Internet Explorer ? Firefox? เว็บไซต์คุณสามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ในทุก เว็บบราว์เซอร์ หรือไม่? ซึ่งคุณจะต้องทดสอบทุกเว็บบราว์เซอร์ ตอนที่คุณออกแบบหน้าเว็บไซต์ เพื่อดูว่าการแสดงข้อมูลถูกต้องหรือไม่? มีการรองรับความสามารถของ Java หรือไม่? เป็นต้น

ขั้นตอนนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติอย่างต่ำที่คุณต้องรู้ เช่น จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์รายเก่าที่กลับมาเยี่ยมชมใหม่ VS กับผู้เข้าเยี่ยมชมรายใหม่หรือครั้งแรก  นอกจากนี้จะต้องพิจารณาจำนวนผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่คลิกปิดทันทีที่เข้ามาพบเว็บไซต์คุณ (นี่คืออัตราการตีกลับจะต้องมาหักลดจากจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ) ซึ่งอัตราการตีกลับที่มีจำนวนมากจะบอกคุณได้ว่าการจราจรในเว็บไซต์ของคุณกำลังนำกลุ่มผู้ชมที่ไม่ถูกต้องมาที่เว็บไซต์คุณ  ดังนั้นคุณจำเป็นจะต้องนำข้อมูลหน้าเว็บเพจที่ผู้เข้าเยี่ยมชมตีกลับมากที่สุดมาปรับปรุงแก้ไขข้อมูลของคุณให้น่าสนใจและทันสมัย (ข้อมูลสดใหม่) จำนวนผู้เข้าชมจาก smartphones มากที่สุด เช่น iPhone, Android, Blackberry, และผู้เข้าเยี่ยมชมได้รับประโยชน์สูงสุดในการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณผ่านสมาร์ทโฟน หรือไม่?

Google รู้คุณก็ควรรู้ด้วย

 หากคุณไม่นำข้อมูลจาก web stat มาวิเคราะห์หรือไม่มีข้อมูลให้เข้าไปที่ Google Analytics ซึ่งจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ของคุณ  ซึ่งการที่คุณจะพัฒนาเว็บไซต์สำหรับการค้าและเป็นธุรกิจด้าน e-Commerce ที่มีรายได้บางส่วนมาจากเว็บไซต์ ขอให้คุณเริ่มทำการศึกษาข้อมูลด้านบนอย่างละเอียดและทำการปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัย  และมีเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ดูได้จากการที่ผู้เข้าเยี่ยมชมใช้ keyword อะไรในเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณ และพวกเขาอยู่ในหมวดอะไรนานที่สุด หน้าเว็บเพจอะไรที่ถูกเปิด  หรือถูกค้นหาเจอมากที่สุดใน Search Engines ซึ่งข้อมูลในหมวดนั้น จะเป็นทางออกให้คุณเพิ่มข้อมูลในส่วนนั้นให้มากที่สุด และขยายวงให้กว้างที่สุด ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ด้านหน้าของเว็บไซต์คุณ  เพื่อให้ง่ายแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถคลิกเนื้อหาที่่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจและมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ตลอดเวลา

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกๆ ท่าน โชคดีในการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้เป็นที่รู้จักใน Google และ Search Engines ชั้นนำต่อไป

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

https://eiamsri.wordpress.com

http://www.oknation.net/blog/ProjectManagement/

http://www.oknation.net/blog/newmanagement/


พฤษภาคม 19, 2011 Posted by | New Technology | ใส่ความเห็น

   

%d bloggers like this: