NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนกลยุทธ์


สวัสดี ครับ

วันนี้อยากจะคุยกันในเรื่องของการจัดทำแผนกลยุทธ์สำหรับองค์กร เพราะหลายหน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการต่างประสบปัญหาที่จะเขียนแผนกลยุทธ์ที่ดีและเหมาะสมกับองค์กรตนเองได้   ซึ่งหลายแห่งที่ทำแผนกลยุทธ์แล้วก็ไม่ทราบว่าจะตรวจสอบอย่างไรว่าเหมาะสมหรือไม่

ข้อแตกต่างระหว่างการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) กับ การวางแผนทั่วไป (General Planning)

การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) : เป็นการวางแผนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และวิสัยทัศน์ ที่จะต้องทำให้สำเร็จและพัฒนาองค์กรเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด

การวางแผนทั่วไป (General Planning) : การที่องค์กรจัดทำแผนทั่วไป เป็นการกำหนดแผนเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ และทำเพื่อให้บรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กำหนดในบางกิจกรรม หรือส่งเสริมการตลาดในบางระยะเวลาที่เป็นช่วงๆ เท่านั้น

โครงสร้างของแผนกลยุทธ์ 

          การจัดทำแผนกลยุทธ์ คุณจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานองค์ประกอบของแผนกลยุทธ์อย่างชัดเจน และสามารถหาจุดเด่นขององค์ประกอบของแผนกลยุทธ์มาสร้างเป็นจุดเด่นขององค์กรได้ อย่างเหมาะสม

  1. การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจ (Mission Analysis)
  2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรม หรือ การแข่งขันในตลาด (Environmental Analysis)
  3. การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร (SWOT Analysis)
  4. การกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision)
  5. การกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)
  6. การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร (Key Performance Indicators)
  7. การกำหนดโครงการ (Project Management)
  8. การกำหนดกิจกรรมที่จะทำให้บรรลุตามกลยุทธ์ขององค์กร (Strategic Planning)

กระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์ ที่ดีและเหมาะสมกับองค์กร 

การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจ (Mission Analysis)

คุณจะต้องเริ่มต้นนำข้อมูลภารกิจ หรือ พันธ์กิจ มาทำการวิเคราะห์อย่างจริงจัง ว่าผลผลิต และ ผลลัพธ์ที่องค์กรอของคุณจะต้องนำเสนอให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กร ประกอบด้วยสิ่งใด?  และ นำเสนอให้ใครบ้าง?   ซึ่งคุณจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ผลผลิตที่องค์กรต้องดำเนินการ ทั้งที่เป็นระยะสั้น,  ระยะกลาง และ ระยะยาว ออกมาให้เป็นรูปธรรม และจำเป็นจะต้องตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรด้วย อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรม หรือ การแข่งขันในตลาด (Environmental Analysis)

เมื่อคุณได้ทำการวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจขององค์กรของคุณได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องออกแรงแล้วครับ คุณจะต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรม หรือ การแข่งขันในตลาด  ซึ่งงานนี้คุณจะต้องตากแดดหน่อยเพราะคุณจะต้องทำการเก็บข้อมูลตลาด คู่แข่ง กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทิศทางของแนวโน้มการตลาด  ในการวิเคราะห์ในส่วนนี้ คุณสามารถหาข้อมูลได้จากเว็บบล็อกของเราได้เลยครับ เขียนไว้เยอะมาก

 ถ้าองค์กรของคุณต้องการที่จะมีความได้เปรียบในการคู่แข่งขัน  คุณจะต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันในธุรกิจของคุณ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อองค์กรมากที่สุด ด้านสภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน อาทิ

(1) อุปสรรคจากคู่แข่งขันที่เข้ามาใหม่
(2) อำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต
(3) อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ
(4) อุปสรรคจากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถใช้ทดแทนได้
(5) ระดับการแข่งขันระหว่างธุรกิจเดิม

อิทธิพลที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันทั้ง 5 ประการนี้ พิจารณาจากแบบจำลองแรงกดดัน 5 ประการ (The five forces model for competition มีรายละเอียด ดังนี้

 1. อุปสรรคจากคู่แข่งขันที่เข้ามาใหม่ การที่คู่แข่งขันใหม่เข้ามาแย่งลูกค้านั้นจะทำให้ยอดขายลดลงและอาจทำให้กำไรลดลง ตัวอย่าง โรงงานผลิตรองนักเรียนผู้ชายแห่งหนึ่งที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ ได้ถูกท้าทายจากโรงงานผลิตรองเท้านักเรียนที่ใหญ่ที่สุดจากคู่แข่งที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน  ด้วยปริมาณกำลังซื้อที่เติบโตต่อเนื่องของประเทศไทย  ราคาที่เหมาะสม เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่  ค่าแรงงานที่ถูกกว่า ภาษีที่เหลือศูนย์ ทำให้บริษัทคู่แข่งเข้ามาทำการตลาดและส่งเสริมการตลาดอย่างรุนแรง ด้วยรูปแบบของสไตล์รองเท้านักเรียนที่ทันสมัย  คุณภาพเหมาะสมกับราคา   ทำให้โรงงานที่เป็นผู้ผลิตขนาดใหญ่ของประเทศไทยต้องมียอดขายลดลง และมีกำไรลดลงตามโดยเฉพาะรองเท้านักเรียนระดับคุณภาพสูง   เป็นตัวอย่างแบบง่าย คุณๆ สามารถเข้ามาอ่านในบล็อกของเราได้เขียนเรื่องนี้ไว้เยอะพอสมควร

 2. อำนาจต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต ซัพพลายเออร์ หรือผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของคุณได้อย่างสูง ถ้าซัพพลายเออร์รายนั้นๆ  หรือ เหล่านั้น มีการครอบครองวัตถุดิบที่มีความสำคัญในกระบวนการผลิตของคุณอย่างมาก  และอาจจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นได้  ถ้าผู้ขายปัจจัยการผลิตเปลี่ยนแปลงราคาปัจจัยการผลิตหลักที่มีผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ผลิต และส่งผลกระทบต่อไปยังราคาสินค้าที่จำหน่ายด้วย ตัวอย่าง ต้นทุนของกระดาษซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตหนังสือสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตหนังสือจำเป็นต้องขึ้นราคา แต่การขึ้นราคานั้นจะมีผลกระทบต่อปริมาณความต้องการซื้อของลูกค้าทำให้ปริมาณความต้องการซื้อ ลดลงอย่างมาก ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรลดลงด้วย ในกรณีนี้ก็จะเกิดอุปสรรคทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาได้

3. อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ออกแบบแผนกลยุทธ์จะหลงลืมไม่ได้   เพราะอำนาจต่อรองของผู้ซื้อจะทรงอำนาจมากในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนตัว หรือประสบปัญหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายอาจจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าสินค้าที่คุณผลิตเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่าย เน้นราคาถูกเป็นสำคัญ  ไม่มีการซื่อสัตย์ในตราสินค้า  ดังนั้นในขั้นตอนการกำหนดแผนกลยุทธ์จะต้องนำมาศึกษาและวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า เพราะแผนกลยุทธ์ที่ดีจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

 4. อุปสรรคจากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ทดแทนผลิตภัณฑ์หรือบริการของคู่แข่งขัน สินค้าที่คุณผลิต หรือ ให้บริการเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป และสามารถหาสินค้าประเภทอื่นมาทดแทนได้จะทำให้ง่ายแก่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค  ซึ่งผู้ออกแบบและจัดทำแผนกลยุทธ์จำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภค  เทคโนโลยีในการผลิต  วัตถุดิบหลักมีฤดูกาลหรือไม่  ราคาการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบหลัก ระยะเวลาในการจัดเก็บวัตถุดิบการผลิต และระยะเวลาในการกักตุนสต็อคสินค้าสำเร็จรูปในแต่ละครั้ง  สิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นจะต้องนำมาวิเคราะห์รวมในการจัดทำแผนกลยุทธ์ขององค์กร

 5. ระดับการแข่งขันระหว่างธุรกิจเดิม การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ในตลาดสินค้าที่คุณเป็นเจ้าตลาด หรือ มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่พอสมควร และคู่แข่งรายใหม่มีศักยภาพในการผลิตที่สามารถแข่งขันกับธุรกิจของคุณได้ดี หรือ ดีกว่า หรือไม่?   ต้นทุนการผลิต และราคาต่อหน่วยการผลิตของคู่แข่งมีความได้เปรียบกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่คุณผลิต หรือไม่?  ตลาดของสินค้าที่คุณเป็นเจ้าตลาดอยู่มีการแข่งขันที่รุนแรงด้านราคา และการทดแทนกันของผลิตภัณฑ์ ใช่ หรือไม่?  นี้เป็นส่วนประกอบเล็กๆ ที่คุณจะต้องศึกษาอย่างท่องแท้ก่อนที่จะทำการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อวัตถุประสงค์เดียว “ความได้เปรียบในการแข่งขัน”

การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร (SWOT Analysis)

การวิเคราะห์ SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก องค์กร เพื่อค้นหาความได้เปรียบ และ เสียเปรียบ ในการแข่งขันทางธุรกิจขององค์กร 

Strengths : จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ

Weakness : จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ

Opportunities : โอกาสที่จะดำเนินการได้

Threats : อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัจจัยคุกคามต่อการดำเนินงานขององค์กร

ประโยชน์ของการวิเคราะห์ SWOT

          วิเคราะห์ SWOT เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้แต่ละ
อย่างจะช่วยให้เข้าใจได้ว่าสิ่งที่มีผลกระทบและมีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานขององค์กร มีปัจจัยอะไรบ้าง จุดแข็งขององค์กร ในสถานการณ์ปัจจุบันยังถือว่าเป็นจุดแข็งเพียงพอที่จะใช้เป็นกลยุทธ์ในการจัดทำแผนธุรกิจได้หรือไม่?  ถ้าคุณคิดว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจุดแข็งเริ่มจะไม่แข็งจริง ก็ขอให้ทำการวิเคราะห์ใหม่และหาปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถนำมาเป็นจุดแข็งขององค์กรได้ เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ในขณะที่จุดอ่อนขององค์กรจะเป็นคุณลักษณะภายในที่อาจจะส่งผลกระทบกระบวนการดำเนินงาน หรือ การไม่บรรลุเป้าประสงค์ขององค์กรที่เกิดจากภายในองค์กรเอง เช่น พนักงานขาดทักษะความรู้ความสามารถในการที่จะปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ทันสมัยและลดการสูญเสียลงได้  หรือ เกิดจากนโยบายของผู้บริหารไม่ชัดเจนในการกำหนดแผนกลยุทธ์ขององค์กร  ผลจากการวิเคราะห์ SWOT นี้จะใช้เป็นแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดกลยุทธ์ ขององค์กรให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้องค์กรเกิดการพัฒนาไปในทางที่เหมาะสม

ขั้นตอน / วิธีการดำเนินการวิเคราะห์ SWOT Analysis

การวิเคราะห์ SWOT จะเป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จขององค์กรกว้างๆ ด้วยการระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคขององค์กร  ซึ่งการวิเคราะห์ SWOT Analysis จะมีการวิเคราะห์ที่เป็นสภาพแวดล้อมจากปัจจัยภายใน ขององค์กร และสภาพแวดล้อมจากปัจจัยภายนอกองค์กร

1. การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร

           การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร จะเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ ทรัพยากรด้านบุคลากร ความสามารถในการผลิต  ความสามารถในการลดต้นทุนการผลิต  เทคโนโลยีการผลิต การยอมรับของลูกค้าต่อแบรนด์ขององค์กร  ด้วยการวิเคราะห์ในปัจจัยด้านจุดแข็งขององค์กร และด้านจุดอ่อนขององค์กร หมายถึงการพิจารณาด้านที่องค์กรเสียเปรียบต่อคู่แข่งในด้านต่างๆ เช่น กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป หรือ กระบวนการทำงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน

            – จุดแข็งขององค์กร (S-Strengths) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ที่อยู่ภายในองค์กรนั้นเอง ว่าปัจจัยใดภายในองค์กรที่เป็นข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นขององค์กรที่องค์กรควรน ามาใช้ในการพัฒนาองค์กรได้ และควรด ารงไว้เพื่อการเสริมสร้างความเข็มแข็งขององค์กร

             – จุดอ่อนขององค์กร (W-Weaknesses) เป็นการวิเคราะห์ ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ที่อยู่ภายในจากมุมมอง ของผู้ที่อยู่ภายในองค์กรนั้น ๆ เองว่าปัจจัยภายในองค์กรที่เป็นจุดด้อย ข้อเสียเปรียบขององค์กรที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือขจัดให้หมดไป อันจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

               – จุดโอกาสขององค์กร (O-Opportunity) สภาพแวดลอมภายนอกที่เปนประโยชนตอการดำเนินงานของบริษัท หรืออาจหมายถึง ผลกระทบที่เกิดจากสิ่งแวดลอมภายนอกของธุรกิจที่สงผลทางดานบวกตอการดำเนินธุรกิจ ผูบริหารจะตองมีการตรวจสอบสิ่งแวดลอมภายนอกอยูเสมอเพื่อปรับปรุงกลยุทธตางๆ ใหบรรลุวัตถุประสงคที่ตั้งไว รวมทั้งตองคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมภายนอก เชน ภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย เทคโนโลยี และการแขงขันอยูเปนระยะๆ เพื่อแสวงหาประโยชนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมภายนอก

                – จุดอุปสรรคขององค์กร (T-Threat) หมายถึง สภาพแวดลอมภายนอกที่คุกคามหรือมีผลเสียตอการดำเนินงานของบริษัท หรืออาจหมายถึง
ผลกระทบดานลบของสภาพแวดลอมภายนอกที่มีตอการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผูบริหารจำเปนตองระมัดระวังในสิ่งที่เปนขอจำกัดของการดำเนินธุรกิจเนื่องจากเปนสิ่งที่กอใหเกิดผลเสียหายได เราไมสามารถเปลี่ยนแปลงหรือแกไขขอจำกัดหรืออุปสรรคเพื่อไมใหเกิดขึ้นได แตถาเรามีการวิเคราะหและคาดการณลวงหนาถึงอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นได เราก็จะสามารถหาทางปองกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นใหนอยลงไปได ตัวอยางของอุปสรรคจากภายนอก ไดแก ภัยธรรมชาติตางๆ ความแข็งแกรงของคูแขง ตนทุนทางพลังงานที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

การวิเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการภายในองค์กรด้วย 7’s Mckinsey

การนำแนวคิดของ 7s Mckinsey นี้มีประโยชน์มากสำหรับฝ่ายงานวางแผนงานด้านกลยุทธ์ขององค์กร เพราะหน่วยงานของท่านมีความจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจในสไตล์การทำงาน และรูปแบบการทำงานภายในองค์กรให้ชัดเจนก่อนค่อยทำการวางแผนกลยุทธ์ให้องค์กร เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดพลาดในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงาน

การวิเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการภายในด้วย 7s Mckinsey นี้เป็นการพิจารณาการวางแผนเพื่อการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการและการประสานงานองค์ประกอบทั้ง 7 ตัวแปรให้มีความสอดคล้องกัน ซึ่งตัวแปรแต่ละตัวมีความสำคัญต่อการบริหารองค์กรตั้งแต่การกำหนดกลยุทธ์องค์กรเกี่ยวกับการพิจารณาโครงสร้างองค์กร  เป้าหมายขององค์กร  ระบบการดำเนินงาน  ทักษะที่ใช้ในการทำงาน   บุคลากร  รูปแบบพฤติกรรมของพนักงานและเป้าหมายที่ให้บริการ   โดยในระยะต่อมาได้รับการยอมรับและนำไปใช้อย่างกว้างขวาง  และในปัจจุบันได้มีการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์องค์กรร่วมกับ SWOT Analysis เพื่อให้เกิดความแม่นยำ องค์ประกอบของ 7s Mckinsey ดังรูปภาพด้านล่าง

 

คำถามที่ใช้ตรวจสอบ 7s 

นี้เป็นเพียงบางส่วนของคำถาม ที่คุณจะต้องสำรวจเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์ของคุณในแง่ของกรอบ 7s  ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของคุณ
(จุด A) เป็นครั้งแรก  และทำการวิเคราะห์ซ้ำด้วยการนำเสนอสถานการณ์ (จุด B)
กลยุทธ์ : 
  • กลยุทธ์ของเรา คือ อะไร?
  • วิธีการของกลยุทธ์ตั้งใจที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเรา ทำอย่างไร?
  • เรามีวิธีการที่จะรับมือกับแรงกดดันในการแข่งขัน อย่างไร?
  • เราจะจัดการกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร?
  • กลยุทธ์ที่ช่วยปรับปรุงเกี่ยวกับปัญหาด้านสภาพแวดล้อม อย่างไร?
โครงสร้าง : 
  • บริษัท / ทีมงาน แบ่งออกเป็นอย่างไร?
  • ลำดับชั้นของโครงสร้างองค์กร เป็นแบบไหน?
  • หน่วยงานต่างๆ มีกิจกรรมประสานงานกันอย่างไร?
  • สมาชิกในทีมขององค์กรมีการจัดระเบียบวิธีการภายในกลุ่มอย่างไร?
  • กระบวนการตัดสินใจและการควบคุมเป็นแบบกระจายอำนาจ หรือ เป็นแบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง?  อะไรคือสิ่งที่เราควรจะต้องทำให้มันเกิดขึ้น ?
  • เส้นทางสายการติดต่อสื่อสารภายในการองค์กรเป็นอย่างไร? มีระบบหรือวิธีการที่ชัดเจนหรือไม่?
ระบบ : 
  • อะไรคือระบบหลักที่ใช้ทำงานในองค์กร มีอะไรบ้าง?  มีการพิจารณาทางการเงิน  และระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลร่วมทั้งการสื่อสารและการจัดเก็บให้เป็นระบบหรือไม่?
  • มีระบบที่จะใช้ควบคุมหรือไม่?  วิธีการที่พวกเขาจะใช้ตรวจสอบและประเมินผล เป็นอย่างไร?
  • กฎระเบียบการควบคุมภายในและกระบวนการที่ใช้เพื่อให้เกิดการติดตาม คือะไร?
ค่านิยมร่วมกัน : 
  • ค่านิยมหลักที่ยอมรับร่วมกันมีอะไรบ้าง?
  • วัฒนธรรมของทีมงาน / ของทั้งองค์กร คือ อะไร?
  • มีวิธีการอะไรที่จะทำให้ค่านิยมแข็งแกร่ง?
  • อะไร คือ ค่านิยมพื้นฐานที่ องค์กร / ทีมงาน สร้างร่วมกัน?
สไตล์ :
  • วิธีการมีส่วนร่วมในการจัดการ / ลักษณะความเป็นผู้นำคืออะไร?
  • มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพและความเป็นผู้นำของผู้บริหาร หรือไม่?
  • พนักงาน/สมาชิกในทีมของหน่วยงานภายในองค์กร มีแนวโน้มที่จะแข่งขันกันหรือไม่?
  • จะมีทีมงานที่ทำงานจริงๆ ภายในองค์กร หรือพวกเขาเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในองค์กร หรือไม่?
พนักงาน : 
  • อะไรระบุตำแหน่ง หรือความเชี่ยวชาญพิเศษสำหรับเป็นตัวแทนของทีม?
  • อะไรเป็นตัวระบุตำแหน่งที่จำเป็นขององค์กร?
  • มีช่องว่างของความต้องการด้านคุณสมบัติพนักงานที่จำเป็น หรือไม่?
ทักษะ : 
  • อะไรคือ ทักษะที่แข็งแกร่งที่แสดงทักษะความชำนาญของบริษัท และทีมงาน?
  • มีพนักงานที่ขาดทักษะความชำนาญ ประมาณเท่าใด?
  • องค์กร/ทีมงานที่รู้จักกันดีและเป็นที่ยอมรับว่าดี  คือ อะไร?
  • พนักงานในปัจจุบัน / สมาชิกในทีมมีความสามารถในการทำงาน หรือไม่?
  • ทักษะและวิธีการติดตาม ประเมินผล เป็นอย่างไร?

 

สุดท้ายนี้ขอโทษสมาชิกผู้อ่านเป็นอย่างสูง ด้วยกระผมติดภารกิจหลายอย่างมาก ทำให้ห่างหายการเขียนบทความไปนานหลายเดือน  แต่ก็จะพยามเขียนเข้ามาเรื่อยๆในช่วงเดือนเมษายน เพราะมีวันหยุดมากขึ้น  ส่วนเรื่องที่เขียนบรรยายอยู่นี้ก็จะมีการขยายความให้ชัดและกว้างขึ้นเรื่อยๆ โปรดติดตามอ่านเป็นระยะๆ

 

ขอให้ทุกๆ ท่านสงบ ร่มเย็น และพบหนทางทีดีและถูกต้อง

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com

https://eiamsri.wordpress.com 

 

 

Advertisements

มีนาคม 25, 2014 - Posted by | Financial Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: