NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

บริษัทที่มุ่งเน้นด้านผลิตภัณฑ์ ตอนที่ 2 : Focused Products , Part II

สวัสดีครับ

วันนี้อยากจะเล่าเรื่องบริษัทที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ ตอนที่ 2 ให้จบ เพื่อจะได้ไปเขียนเรื่องอื่นๆ ที่รออยู่เป็นจำนวนมากในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ก็ทักเข้ามาใน FB หรือ อีเมล์เข้ามาก็ได้ครับ ถ้าเราพอหาข้อมูลได้ก็จะเขียนให้ครับ

บริษัทขนาดใหญ่ มักจะประสบปัญหาความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ใน Portfolio of Products เพราะความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ที่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย และมีการเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมาก เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะๆ และมีการเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของคู่แข่งอีกต่างหาก  ดังนั้นเมื่อนำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาวางและจัดลำดับตาม Segment ‘s Products หรือ Customer Market Segment ท่านก็จะพบว่ามีความซับซ้อนสูงมาก

แนวทางแก้ไขปัญหาข้างต้นเหล่าวนี้ คือ

  1. การคิดรายได้และค่าใช้จ่าย แยกตามรายกิจกรรมของ ผลิตภัณฑ์ ที่ผลิต เพราะผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีการใช้สารตั้งต้นด้านการผลิตที่เหมือนกัน และมีการแยกความแตกต่างในส่วนผสมที่เป็นด้านกลิ่น  สี  รส  หรือ ความแข็ง  ความอ่อนนุ่ม  การบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น   ดังนั้น คุณก็จำเป็นจะต้องวางระบบผังบัญชีแยกรายกิจกรรมของ ผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่า  Activity Based Costing  ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ขอเล่าตอนนี้นะครับ  เมื่อทำการแยกผังบัญชีตามประเภทรายได้ และค่าใช้จ่ายแล้ว ก็จะทราบผลกำไร หรือขาดทุน ในการผลิต สินค้าเหล่านั้น   เรื่องนี้เราก็ยอมรับว่ามันยากอยู่สักหน่อย  แต่คุณก็ต้องพิจารณาว่าจะยอมขาดทุนไปเรื่อยๆ จากผลิตภัณฑ์ตัวนี้ หรือจะยอมลงทุนด้านการวางระบบผังบัญชีใหม่
  2. วิเคราะห์ลูกค้าของคุณที่สร้างมูลค่าให้กับบริษัทให้ลึกที่สุด   เพราะลูกค้าของบริษัทมีจำนวนที่มากและมีความหลากหลาย เพราะสินค้าของคุณมีจำนวนมาก และเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน  ดังนั้น คุณก็จำเป็นจะต้องทราบว่าลูกค้ากลุ่มไหนบ้างที่สร้างรายได้ให้กับคุณมากที่สุด และลูกค้ากลุ่มไหนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณน้อยมาก แต่คุณก็ยังผลิตสินค้าตัวนั้นไปขายลูกค้ากลุ่มที่เป็นส่วนน้อยนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณา ROI (Return on Investment) จากปริมาณการซื้อสินค้าของลูกค้า กับ กำลังการผลิตและต้นทุนการผลิตที่เสียไป (คุ้มหรือไม่?) สิ่งเป็นสิ่งที่คุณและ Products Manager จะต้องหาคำตอบของทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ได้ครับ
  3.  การพยามสร้างความซับซ้อนให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย ด้วยการทำ R & D แยกตามประเภทความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม   การทำแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อมูล R & D ทุกอย่างจะต้องใช้เงินในการบริหารจัดการ และการลงทุน  นอกจากนี้คุณอาจจะเชื่อในความเห็นและขอมูลการวิจัยตลาดของ ฝ่ายวิจัยตลาด จนทำให้คุณเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีความหลากหลายสูง แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยจากผลิตภัณฑ์หลัก อาจะทำให้กลุ่มลูกค้าหลักสับสนได้  และเกิดความไม่แน่ใจในผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ อาจทำลายความซื่อสัตย์ต่อผลิตภัณฑ์หลักได้  เพราะคุณไม่ควรทุ่มเงินด้าน R & D ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลักของคุณ และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์หลักของคุณจนทำให้งบประมาณมันไม่สมดุลกัน

 

การทำงานทุกอย่างจะต้องมีอุปสรรค และการแข่งขันที่รุนแรงเสมอ โดยเฉพาะถ้าสินค้าของคุณเป็นสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค  มีราคาไม่แพงมากนัก  คู่แข่งสามารถเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ง่าย  ลูกค้าเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ตามราคาที่มีการแข่งขันกัน   และลูกค้าสามารถหาสินค้าประเภทอื่นๆ มาทดแทนได้ด้วยแล้วละก็ ลำบากหน่อยนะครับ  เพราะลูกค้าจะไม่ซื่อสัตย์ในตัวสินค้าเท่าใดนัก  เพราะถ้าคุณทุ่มส่งเสริมการตลาด กำไรก็จะลดลง  หรือคุณไม่มีการพัฒนากระบวนการผลิตให้ทันสมัยและประหยัดพลังงานแล้วก็ลำบากอีกเช่นกันครับ

สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข  สงบ  เย็นกาย เย็นใจ

ขอให้โชคดีครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

 

 

ธันวาคม 14, 2013 - Posted by | New Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: