NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

บริษัทที่มุ่งเน้นด้านผลิตภัณฑ์ ตอนที่ 1 : Focused Products , Part I

สวัสดี ครับ

วันนี้อยากจะเขียนเรื่องเบาหน่อย เพราะไม่มีเวลาเขียนบทความเลยช่วงนี้ เพราะโดนงานเก่าๆ ที่รับปากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ไว้เยอะมากรุมทำร้ายร่างกาย 5555 เพราะต้องทำการปั่นต้นฉบับส่งให้ครบตามสัญญาไว้

เราได้อ่านบทความที่ดีมากเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริษัท เพราะผู้บริหารหลายท่านต่างมุ่งเน้นที่จะทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มให้มากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดีและเหมาะสม แต่ก็จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าและมีความเข้าใจในกลยุทธ์ที่ใช้เหล่านี้อย่างดีพอสมควร เราขออนุญาต เล่าย้อนกลับของกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เหล่ารุ่นน้องๆได้คิดตามทันสักเล็กน้อย (ใครรู้แล้วก็ข้ามได้เลยครับ)

การบริหารจัดการในอดีต :  กาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานจนจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน ผู้ผลิตสินค้า (โรงงาน) หรือ SMEs ก็ตามต่างมุ่งเน้นผลิตสินค้า หรือ บริการที่เน้นกลุ่มลูกค้ามากๆ  สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน  เน้นการซื้อง่ายขายคล่อง ไม่เน้นบรรจุภัณฑ์  เน้นการกลับมาซื้อซ้ำในระยะเวลาสั้นๆ

การบริหารจัดการในยุคกลาง :  กาลเข้าสู่ยุคกลาง เป็นยุคของนักคิดค้นด้านนวัตกรรม นักการตลาด ทฤษฎีการบริหารจัดการที่มีความละเอียด หาช่องว่างในแต่ละกลุ่มของผู้บริโภค ด้วยการสร้างเครื่องมือด้านการบริหารจัดการใหม่ๆ เพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มและพฤติกรรมผู้บริโภค  ซึ่งยุคนี้เป็นยุคที่บริษัทต่างๆ มีการแตกรายผลิตภัณฑ์แบบบ้าคลั่ง ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มากจนผู้บริโภคสับสนในสินค้าและบริการ มีการใช้เทคนิคการบริหารต้นทุนขั้นสูง เพื่อหาวิธีให้ต้นทุนการผลิตต่ำสุด มีการวิเคราะห์ข้อมูลการสูญเสียระหว่างผลิต มีการนำเทคนิค Just in Time , Economy of Scale, TQM, EOQ และอื่นๆ มาใช้กันอย่างกว้างขวาง เพื่อหาวิธีการลดต้นทุนให้ต่ำกว่าคู่แข่ง  เป็นยุคทีมีสีสรรมากด้านการตลาด

การบริหารจัดการยุคเปลี่ยนถ่าย : การเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการตลาดและการบริหารจัดการได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเป็นยุคของการค้นข้อมูลผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นยุคทองของผู้ที่มีฐานข้อมูลต่างๆ ทั่วโลก และมีการจัดเรียงฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ ระเบียบ มีการสร้างเครื่องมือค้นหาข้อมูลที่ง่ายและทรงพลัง เป็นยุคของ Search Engines และ E-Commerce ในรูปแบบ B-to-B และ B-to-C และ C-to-C  เป็นยุคที่ Apple แจ้งเกิดด้วยนวัตกรรมด้านดิจิตอลและเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นยุคของการสร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นนวัตกรรม และมีขนาดเล็กๆ เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และมีความทันสมัย และที่สำคัญ Real Time เป็นยุคที่ทุกคนไม่สามารถรออะไรได้นานกว่า 30 วินาที ถ้านานกว่านี้พร้อมจะยกเลิกและเปลี่ยนไปที่อื่นๆ ทันที

การบริหารจัดการยุค Social Media Network : เป็นยุคที่ทำให้รูปแบบการค้า และการติดต่อสื่อสารทั่วทั้งโลกแคบลงในพริบตา และย่อลงมาอยู่ใน Smart Phone และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายแบบต่างๆ คุณสามารถคุย ติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้าผู้สนทนา ส่งไฟล์  ถ่ายรูปและแชร์ในกลุ่มสังคมเดียวกันภายในไม่กี่วินาที ทั่วโลก สามารถเห็นผลงานของคุณได้ผ่านทาง Youtube.com คนจะกลายเป็นบุคคลสำคัญ หรือ มีสินค้าที่โดดเด่นได้เพียงแค่ขอให้ Social Network ยอมรับคุณ

การบริหารจัดการในยุคปัจจุบัน : การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงานแบบ Green Energy สิ่งนี้จะกลายเป็นกฎหมายเหล็ก ที่ใช้บังคับผู้ประกอบการ โรงงานผู้ผลิต  SMEs ทุกแห่งทั่วทั้งโลก จะต้องมีการหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะลดความเป็นพิษในสินค้าของคุณ และวัสดุที่ใช้ในการทำสินค้าของคุณจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้เองในเวลาอันสั้น  และบริษัทของคุณจะต้องไม่มีปัญหาในการนำพลังานทดแทนจากธรรมชาติมาใช้ในการผลิตมากกว่า 80% เพราะการใช้น้ำมันเชื่อเพลิงหรือพลังงานในปัจจุบันจะกลายสินค้าที่มีราคาแพงมาก จนมีผู้ใช้จำนวนน้อยเฉพาะกลุ่ม การที่คุณกำลังวางแผนที่จะผลิตสินค้าใดๆ โดยมุ่งเน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์เป็นหลักนี้ เพียงอย่างเดียว ด้วยความเชื่อมั่นในข้อมูลที่เก็บพฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่างดีและยาวนาน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ด้วยระบบ BI (Business Intelligent) ที่ทันสมัยแล้วก็ตาม คุณอาจจะมาตายตรงพลังงานที่ใช้ผลิตมีต้นทุนสูงเกินไปก็ได้

ในส่วนนี้จะขอเข้ามาที่เรื่อง “การวิเคราะห์แบบมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์” ตามหัวเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทต่างๆ ก็มุ่งเน้นที่การสร้างกำไร จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ  คุณคิดว่าจะสร้างกำไรได้สักเท่าใดจากสินค้าหรือบริการของคุณ? เป็นคำถามที่คุณจะต้องคิดก่อนการวางแผนผลิตสินค้าใดๆ ก็ตามและการคิดนี้จะต้องมีข้อมูลยืนยันความคิดของคุณด้วยนะครับ (ห้ามคิดเอง อือเอง)

เหตุการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นในกลุ่ม Asean ที่จะมีการเปิดประเทศและลดกำแพงภาษีลงมาให้ต่ำที่สุด และมีการยอมให้มีการโย้กย้ายแรงงานระหว่างประเทศฟรี รวมทั้งมีการรับบุคคลต่างสัญชาติ เข้ามาทำงานในบางประเภทได้ โดยมีขั้นตอนการกีดกันน้อยมาก การบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะต้องมีการโยกย้ายถิ่นฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตเพื่อการส่งออกของผู้ประกอบการอย่างรุนแรง  ดังนั้น เครื่องมือ Supply Chain Management จะถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์อย่างมาก เพื่อหาจุดเด่นและจุดด้อยทั้งกระบวนการผลิตจนถึงมือลูกค้า

ในด้านการตลาดที่จะพบได้ง่ายและรวดเร็วก็จะเป็นเรื่องของ มีสินค้า/ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น ในชั้นวางสินค้าของห้างสรรพสินค้า และ ร้านค้าเฉพาะอย่าง จะมีมากขึ้น การแข่งขันด้านโปรโมชั่น การส่งเสริมการขายจะรุนแรงมาก สุดท้ายไปจบที่ใครมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด มีรูปแบบของสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่ากัน และจะมีการล้มหายตายจากของแบรนด์สินค้าทั้งของผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายเล็กๆ อีกหลายราย  เครื่องมือที่สำคัญสำหรับใช้ในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์แบบมุ่งเน้นก็จะเป็นการสต็อกสินค้า ที่จะต้องมีการวางแผนการสต๊อกสินค้าที่ดีมากๆ ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง มีระบบการติดตามความต้องการและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นมาก

ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการ พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ ที่ไม่มีความซับซ้อนของแบรนด์และสินค้ามีความแตกต่างกันน้อยมาก จะต้องถูกพิจารณาลบทิ้งหรือเปลี่ยนรูปแบบเพราะคุณกำลังแบกภาระผลิตภัณฑ์ที่ไม่สร้างรายได้ในบางประเภททำให้กำไรลดลงได้

หลีกเลี่ยงการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เกินความจำเป็น 

บริษัท มักจะเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการหนึ่งๆ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวสินค้าหรือบริการเกินความคาดหมาย เพื่อหวังดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าไว้ ด้วยการส่งเสริมการตลาดรูปแบบต่างๆ เช่น ดื่มชา “แจกทอง” เพื่อกระตุ้นยอดขายให้อยู่ในระดับสูงให้นานที่สุด  และนักการตลาดก็จะเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อมาทำ R & D เพื่อหาความแตกต่างเล็กน้อยๆ และสร้างไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไปของผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์หลักๆ

ในบางครั้งการที่บริษัท แตกรายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความซับซ้อนขึ้น สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าใหม่ๆ  นอกจากนี้ยังส่งผลให้พนักงานขายสับสนในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นๆ เพราะทุกผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันน้อยมาก   นอกจากนี้นักการตลาดเองก็ประสบปัญหาในการส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เพราะไม่สามารถหาความแตกต่างที่โดดเด่นได้  ส่วนลูกค้าก็จะเริ่มสับสนกับผลิตภัณฑ์ว่าสิ่งไหนเหมาะกับตนเองมากที่สุด สุดท้ายบริษัทก็จะประสบปัญหาเกี่ยวกับคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าที่มีการหมุนเวียนต่ำ

ในวันนี้ เราขออธิบายแค่บางส่วนก่อนนะครับ แล้วจะหาเวลามาอธิบายเพิ่มเติมให้อีกครั้ง เพราะเรื่องนี้วิเคราะห์ให้ลึกแล้วยาวครับ

ขอให้ทุกๆ ท่านโชคดี

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

พฤศจิกายน 8, 2013 - Posted by | New Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: