NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

การวิเคราะห์สินเชื่อ แบบมืออาชีพ

สวัสดี ครับ

วันนี้อยากจะขอคุยเกี่ยวกับการวิเคราะห์สินเชื่อสำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่สินเชื่อบ้างนะครับ เปลี่ยนบรรยากาศ เพราะเราก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อโครงการของ ธนาคารต่างประเทศ (ในเครือประเทศญี่ปุ่น) ก็มีความสนุก ปนกับความเศร้าในการทำงานจึงอยากจะแบ่งปันข้อมูลสำหรับเจ้าหน้าที่สินเชื่อรุ่นใหม่ ในสิ่งที่ควรจะรู้ ซึ่งเราจะเพิ่มความยากไปเรื่อยๆ ขอให้ติดตามบทความเกี่ยวกับสินเชื่อไปเรื่อยๆ ครับ

คุณลักษณของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อ

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อควรจะมีความเข้าใจในกระบวนการทำงานด้านการวิเคราะห์สินเชื่อทั้งระบบของธนาคาร มีความรู้ และทักษะด้านการวิเคราะห์เครดิต และวิเคราะห์ด้านงบการเงินทั้งในแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีความรู้เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกัน หรือประเภทธุรกิจของลูกค้าสินเชื่อ นอกจากนี้ควรจะมีหัวใจของการให้บริการแก่ลูกค้าสินเชื่อทุกราย ด้วยการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าสินเชื่อในระดับที่สามารถดำเนินการได้เพื่อให้เกิดความมั่นใจของลูกค้าสินเชื่อ

ทักษะด้านการบริหารความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่สินเชื่อส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับ Credit Risk Management ในระดับที่น้อย ทำให้ไม่สามารถนำความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงสินเชื่อไปประยุกต์ใช้ในการพิจารณาสินเชื่อได้ ทำให้การประเมินความเสี่ยงโครงการสินเชื่อ บกพร่อง หรือศูนย์เสียลูกค้าชั้นดีให้กับธนาคารคู่แข่งไป เพราะการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสินเชื่อจำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์อุตสาหกรรม  การคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเสี่ยง หรือ ธุรกิจที่มีความเสี่ยง  นอกจากนี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องสามารถหาแนวทางป้องกัน หรือ บรรเทาความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและกระทบต่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร และ ตัวธุรกิจของธนาคารเองจนทำให้เกิดเป็น NPL ได้ (ซึ่งเราจะขออธิบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อในคราวต่อไป โปรดติดตาม)

บทบาทของเจ้าหน้าที่สินเชื่อ (แบบมืออาชีพ)

โดยทั่วไปนักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อ มีความเป็นมืออาชีพในด้านการวิเคราะห์ทางการเงินและมีความสามารถในการประเมินศักยภาพของผู้กู้ เกี่ยวกับภาระหนี้สินและความสามารถในการจ่ายชำระคืนเงินกู้ ซึ่งปกติแล้ว นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อจะตรวจสอบประวัติทางการเงินโดยรวมของผู้กู้ผ่านทางเครดิตบูโร และประวัติการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารของผู้กู้  นอกจากนี้ถ้าผู้กู้มีธุรกิจส่วนตัวก็จำเป็นจะต้องมีการเปรียบเทียบ ประวัติ ศักยภาพด้านธุรกิจ ภาพลักษณ์ ชื่อเสียง ฐานะของผู้กู้ กับกลุ่มมาตรฐานของผู้กู้ที่เป็นมาตรฐานกลางของธนาคาร เช่น ธนาคารฯ อาจจะมีการจัดทำประวัติมาตรฐานของกลุ่มผู้กู้และมีการวัดผลคะแนนประวัติของผู้กู้ไว้ด้วย โดยการทำ Credit Scoring for Retail Loan Program ซึ่งจะทำให้นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อเพียงกรอกประวัติส่วนตัว รายได้ โปรแกรมก็จะทำการประมวลผลคะแนน Credit Scoring ของผู้กู้รายนั้นๆ ว่าผ่านมาตรฐานของธนาคารฯ หรือไม่?  ทำให้การพิจารณาสินเชื่อทำได้อย่างรวดเร็วและคัดกรองผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาออกไป โดยปกติแล้วการกำหนดคะแนนของ Credit Scoring จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 1) ไม่ผ่านการพิจารณา  2) มีความระมัดระวัง (ผ่านแต่มีความเสี่ยง)   3) ผ่านการอนุมัติ (ไม่มีปัญหา)  เป็นต้น (จะขอเล่าเรื่องนี้อย่างละเอียดในคราวต่อๆ ไป)

มาตรฐานและความรับผิดชอบ 

หนึ่งในหน้าที่หลักของ นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อ คือ การเตรียมการประเมินความเสี่ยง เพื่อวัตถุประสงค์ ในการให้กู้ยืมเงิน และการประเมินความเสี่ยงในส่วนของผู้กู้ และกำหนดระดับความเสี่ยงและความน่าเชื่อถือของผู้กู้  นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อที่ดีจะต้องให้ความรู้ในส่วนที่ผู้กู้ไม่มีหรือขาดความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้กู้ และพัฒนาศักยภาพของผู้กู้ให้เป็นผู้กู้ที่ดี มีศักยภาพ และนำเสนอวิธีการป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินด้วยการนำเสนอธุรกรรมทางการเงิน ที่มีเพื่อใช้ลดความเสี่ยงทางการเงินของผู้กู้ในอนาคต เช่น การซื้อประกันภัย หรือ ประกันชีวิตของผู้กู้  เป็นต้น

การตั้งคำถามสำหรับใช้ในการประเมินสินเชื่อ 

นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ติดตามบทความเชิงวิเคราะห์ด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่บริษัทหลักทรัพย์ฯ ต่างๆ จัดทำการวิเคราะห์ไว้ เพื่อนำความรู้ที่ได้มีการสะสมมาใช้ในการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของผู้กู้  และเพื่อให้เกิดการมีปฎิสัมพันธ์ที่ดี ในการสัมภาษณ์เกี่ยวกับลักษณะธุรกิจของผู้กู้ ซึ่งการตั้งคำถามสัมภาษณ์ควรถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทางธุรกิจก่อนหน้านี้ และมองไปที่เป้าหมายเชิงบวกด้านกลยุทธ์บนพื้นฐานของสถานการณ์ เช่น กรุณาอธิบายเกี่ยวกับเป้าหมายขององค์กรในอานาคต ระยะ 1-3 ปี ?  กลยุทธ์ของบริษัทคุณที่คิดว่าดีที่สุดเหนือกว่าคู่แข่ง และเป็นการตอบสนองความต้องการลูกค้าของคุณได้ถูกต้อง?  อะไรเป็นสิ่งสำคัญหรือปัจจัยผลักดันให้คุณบรรลุตามเป้าหมายทางธุรกิจในครั้งนี้?

การตั้งคำถามด้านเทคโนโลยี 

หลายๆ โครงการที่นักวิเคราะห์เครดิตด้านสินเชื่อยังขาดทักษะความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของผู้กู้ คุณจำเป็นจะต้องสอบถามว่า “องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัทคุณ คือ?  การนำเทคโนโลยีมาช่วยในด้านการผลิตหรือการให้บริการ ในส่วนใดบ้าง?  การพัฒนาเทคโนโลยีและการบำรุงรักษาใครเป็นผู้ดูแล ? เป็นต้น

ส่วนของวันนี้ เราอยากจะนำเสนอภาพรวมในเบื้องต้นแค่นี้ก่อน แล้วจะนำประเด็นต่างๆ และข้อควรระมัดระวังมานำเสนอให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันอีกครั้งในคราวต่อไป

ขอแสดงความนับถือ และขอให้มีความสุข

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

พฤศจิกายน 2, 2013 - Posted by | Financial Management |

2 ความเห็น »

  1. อ่านแล้วรุ้สึกอยากเป็นนักวิเคราะห์
    สินเชื่อมืออาชีพบ้างแล้วค่ะ

    ส่งจาก iPhone
    จริยา พีรนันทปัญญา

    ณ 2 พ.ย. 2556 เวลา 09:08 “NEW MANAGEMENT FORUM” เขียน:

    >
    >

    ความเห็น โดย G-dar G-gi | พฤศจิกายน 2, 2013 | ตอบกลับ

    • เรียนคุณจริยา พีรนันทปัญญา

      อ่านบทความที่นี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าใจการทำงานของระบบสินเชื่อธนาคารได้เลยครับ

      ความเห็น โดย เอกกมล เอี่ยมศรี | พฤศจิกายน 7, 2013 | ตอบกลับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: