NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

พื้นฐานของการเขียนรายงานวิเคราะห์ทางการเงิน : The Basics of a Financial Analysis Report

สวัสดี ครับ

วันนี้อยากจะคุยเรื่องการวิเคราะห์การเงินแต่ก็ไม่อยากจะอธิบายเรื่องยากๆ ในตอนนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะอธิบายเกี่ยวกับวิธีการเขียนรายงานการวิเคราะห์ด้านการเงิน เพราะเชื่อว่าหลายท่านยังไม่มีตัวอย่างในใจ หรือ ยังไม่ทราบว่าจะเขียนเริ่มต้นอย่างไร ก็ขออธิบายแนวทางการวิเคราะห์และเขียนตามแนวทางด้านล่างนี้นะครับ

กระบวนการวิเคราะห์ด้านการเงินเพื่อจะนำมาเขียนในรายงานนั้น มีรูปแบบที่ชัดเจนและมีขั้นตอนที่ค่อนข้างจะตายตัว ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ในรายงานของคุณ

ภาพรวมของบริษัท/องค์กร

รายงานการวิเคราะห์ด้านการเงินควรที่จะเริ่มต้นด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับบริษัท/องค์กร เพื่อช่วยให้นักลงทุนหรือผู้ที่สนใจเข้าใจในลักษณะธุรกิจ และอุตสาหกรรมของบริษัทคุณ ซึ่งคุณมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนให้อ่านแล้วมีความน่าสนใจ ด้วยการนำจุดเด่นๆ ของบริษัทที่มีอยู่มาอธิบายและขยายความว่า บริษัทของคุณมีจุดเด่นอะไรบ้างที่เหนือกว่าคู่แข่ง หรือ มีจุดเด่นอะไรที่ทำให้กลุ่มลูกค้าในตลาดยอมรับธุรกิจของคุณ  แต่ทั้งหมดที่คุณเขียนจำเป็นจะต้องสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขทางการเงิน  หรืออธิบายเกี่ยวกับภาพรวมค่าใช้จ่าย  และผลการดำเนินงานที่มีกำไร แต่ถ้าบริษัทของคุณเพิ่งจะเริ่มก่อตั้งกิจการและประสบปัญหาขาดทุนในระยะแรกๆ คุณจะต้องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน และจะต้องพยากรณ์ให้ได้ว่าจะกำไรเมื่อไหร่ ด้วยเหตุผลอะไร? มีรายงานภาวะอุตสาหกรรมจากสถาบันชั้นนำมารองรับความเห็นหรือเหตุผลในความคิดของคุณหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องนำมาอ้างอิงประกอบด้วยเสมอๆ

นอกจากนีคุณควรจะอธิบายปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท ด้วยการนำรูปแบบการวิเคราะห์ของ “Michael Porter: The Porters Five Forces Mode” เพื่อให้นักลงทุนและผู้ที่สนใจ เข้าใจสถานะของบริษัทคุณในปัจจุบัน (คุณสามารถหาอ่าน The Porters Five Forces Mode ได้จากในบล็อกนี้ครับ )  ซึ่งนักลงทุนมักจะสนใจเกี่ยวกับภัยคุกคามสำหรับผู้ที่เข้ามาใหม่ในตลาด หรือ การมีผลิตภัณฑ์ทดแทนผลิตภัณฑ์ของคุณหรือไม่?  ความสำคัญของซัพพลายเออร์สามารถมีอิทธิพลต่อบริษัทคุณ  รวมทั้งการแข่งขันที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นการลงทุน

แรงจูงใจที่จะทำให้นักลงทุนพิจารณาว่าทำไม? จะต้องลงทุนในบริษัทคุณ    ดังนั้นในรายงานจำเป็นจะต้องมีการวิเคราะห์ส่วนที่เกี่ยวกับภาพรวมของบริษัท ตำแหน่งทางการตลาดและเปรียบเทียบกับคู่แข่ง  ซึ่งควรจะมีการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมทั้งทางบวกและทางลบ  ในรายงานส่วนนี้คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องบรรยายผลงานวิจัยต่างๆ หรือ ผลการดำเนินงานของบริษัท เช่น การขยายตัวของบริษัท แนวโน้มการเจริญเติบโตของกำไร  สภาพคล่องทางเงินสด  ระดับหนี้สินต่อทุน  ผลการดำเนินงานด้านการเงินของบริษัท เปรียบเทียบกับคู่แข่งที่สำคัญๆ และภาพรวมผลตอบแทนของตลาดโดยเฉลี่ย  (คุณอาจจะเทียบกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์)  สิ่งที่คุณลืมไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินประกอบด้วยเสมอๆ ซึ่งคุณอาจจะใช้รูปแบบการนำเสนอแบบ DuPont ที่แตกผลการวิเคราะห์ของ ROE ออกเป็นส่วนๆ ที่เชื่อมต่อกัน

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด คือ การวิเคราะห์แนวโน้มผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมา และทำผลการวิเคราะห์ในอดีตมาเป็นปัจจัยในการทำประมาณการในอนาคต ร่วมกับแนวทางการลงทุนเพิ่มเติม หรือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในแต่ละปี หรือสรุปผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เป็นต้น

การประเมินค่า

การที่คุณจะพยากรณ์ หรือประมาณการงบการเงินล่วงหน้านั้นคุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลตัวเลขในอดีต  แผนการลงทุนในอนาคต  ปริมาณความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับ Hi-End หรือที่มีคำสั่งซื้อสูงๆ   ราคาขายของวัตถุดิบและความมีอิทธิพลของซัพพลายเออร์ที่มีต่อธุรกิจคุณ ความอ่อนไหวของราคาวัตถุดิบ  การแข่งขันของคู่แข่งในตลาด  ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทคุณ  การมีสินค้าทดแทนผลิตภัณฑ์ของคุณหรือไม่  การขยายตัวของลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด  ต้นทุนการผลิตและการจัดจำหน่าย  เทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่  แนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทคุณ  เป็นต้น

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการวิเคราะห์และประเมินคุณค่าหรือมูลค่าของธุรกิจคุณในปัจจุบัน  เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในการวิเคราะห์งบการเงิน หรือ ผลการดำเนินงานของบริษัท และจะต้องมีตัวเลขที่สามารถพิสูจน์ได้ ยืนยันควาน่าเชื่อถือได้ มาประกอบการเขียนในรายงานการวิเคราะห์ด้านการเงินของคุณ  ซึ่งคุณอาจจะทำการวิเคราะห์การลงทุนของบริษัทด้วยเครื่องมือทางการเงิน Evaluation Investment Model ทีคำนวณผ่าน Excel ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดเยอะมากจาก Google ซึ่งเราก็เห็นด้วยอย่างมากที่จะต้องนำมาวิเคราะห์ประกอบการเขียนรายงาน  ซึ่งการวิเคราะห์แบบ Evaluation Investment Model นี้คงจะต้องมีการอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งในอนาคตครับ (เรื่องนี้ยาก และยาวมาก)

หลายท่านสงสัย ถ้าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะนำหลักการวิเคราะห์ค่า P/E มาใช้ได้ไหม ก็ตอบว่าได้ครับ และก็มีหลายโบรกเกอร์ที่เขาวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ครับ สามารถนำมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ได้ครับ

ความเสี่ยงที่สำคัญ

ในส่วนนี้จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัทฯ ในรูปแบบด้านการลงทุน  หรือ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการภายในบริษัท  ซึ่งทั้ง 2 ความเสี่ยงที่ยกตัวอย่างมานี้จะมีแนวทางการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างมาก อาทิ

การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการลงทุน : คุณจำเป็นจะต้องวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงิน ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน  ภาพรวมทางธุรกิจ และการแข่งขันในตลาด  การแข่งขันด้านราคา  เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต  ต้นทุนการผลิตที่เปรียบเทียบกับของคู่แข่ง  ส่วนแบ่งทางการตลาด  อัตราการเติบโตเฉลี่ยในอดีต ฤดูกาลมีผลต่อวัตถุดิบหลักหรือปริมาณการขายผลิตภัณฑ์หรือไม่ ฯลฯ  ทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นตัวแปรที่คุณจะต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์ความเสี่ยงในแง่มุมต่างๆ ให้ชัดเจน

การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการภายในบริษัท : คุณจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาวิเคราะห์ความเสี่ยงในด้านการบริหารจัดการ (ถ้าคุณเป็นบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง) หรือเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะคุณจะต้องมีหน่วยงานที่จะคอยติดตามกฎหมาย  ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐจะออกมาควบคุม  มาตรการต่างๆ ของคู่ค้าในต่างประเทศที่จะออกกฎหมาย  มาตรการ หรือข้อบังคับต่างๆ ที่มีผลกระทบเชิงลบต่อหน่วยงานคุณ   นอกจากนี้คุณจะต้องมีหน่วยงานที่คอยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจ หรือไม่พอใจของพนักงานภายในบริษัท ถ้าคุณเป็นโรงงานที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากจำเป็นจะต้องมีการศึกษาพฤติกรรมและแนวโน้มความพึงพอใจไม่พอใจของพนักงานประกอบด้วย

นอกจากนี้ทีมงานที่ดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงจะต้องเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ที่จะช่วยในการนำคำสั่งหรือรูปแบบการปฎิบัติงานไปสู่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับฝ่ายบริหาร  และเป็นที่ปรึกษาในการวางแผนลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฎิบัติงาน หรือ กระบวนการผลิตของบริษัทฯ (ห้ามจ้างมานั่ง แล้วบอกว่า “ถูกครับนาย  ใช่ครับท่าน  เห็นด้วยครับพี่”)

ข้อควรพิจารณาอื่นๆ 

ข้อมูลข้างต้นสามารถพิสูจน์ได้เพียงพอระดับหนึ่งสำหรัการวิเคราะห์ด้านการเงินสำหรับเขียนในรายงานทางการเงิน  แต่คุณอาจจะมีการอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของการภาพรวมด้านทิศทางแนวโน้มของอุตสาหกรรมในอนาคต จากเอกสารการวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มาใช้ในการอ้างอิงอนาคตของอุตสาหกรรมที่คุณได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนแนวสร้างสรรค์ให้กับบริษัท

สรุปความน่าสนใจในภาพรวม

ส่วนนี้คุณอาจจะทำการวิเคราะห์และสรุปภาพรวมของบริษัทด้านผลการดำเนินงาน อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เป้าหมายการลงทุนในอานาคต  ส่วนแบ่งทางการตลาด อัตราการเจริญเติบโต  คุณจะต้องบอกจุดเด่นที่น่าสนใจในบริษัทของคุณ และต้องย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของบริษัทคุณว่าเป็นที่ต้องการของตลาด และมีมูลค่าสูงกำลังเจริญเติบโต สามารถขยายตัวได้อีกในอนาคต เป็นต้น

 

สุดท้ายนี้ ก็หวังเป็นอย่างสูงว่าทุกๆ ท่านจะสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการเขียนรายงานวิเคราะห์ทางการเงิน เพื่อใช้ในการติดต่อสถาบันการเงิน นำเสนอผู้บริหาร ให้นักลงทุนที่สนใจรับทราบเกี่ยวกับบริษัท  ในกรณีที่ท่านต้องการข้อมูลหรือมีความเห็นประการใด ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ คุณเอกกมล  เอี่ยมศรี อีเมล์ info@interfinn.com หรือ interfinn@gmail.com  ได้ครับ

 

ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุขสดชื่่นทุกวันนะครับ

 

เอกกมล  เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

 

พฤษภาคม 7, 2013 - Posted by | Financial Management

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: