NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

การกู้คืนภัยพิบัติ : การประเมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis : BIA)


สวัสดีครั่บ

วันนี้อยากจะเล่าเรื่องการกอบกู้ธุรกิจจากภัยพิบัติ ตามทฤษฏีของฝรั่งเขา ซึ่่งมีหลักเกณฑ์และวิธีการคิดที่เป็นระบบ ระเบียบดีมาก ก็เลยอยากมาเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟังเพื่อจะได้นำไปปรับใช้หรือเป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเกี่ยวกับความสำคัญของการวิเคราะห์ Business Impact Analysis :  BIA ขององค์กร  ซึ่งองค์กรใดต้องการให้มีการอบรมหรือบรรยายเกี่ยวกับ กระบวนการคิดเกี่ยวกับการกอบกู้ธุรกิจจากภัยพิบัติที่รุนแรง (Disaster Recovery Plan)  และการประเมินความเสี่ยง (Risk Evaluation)  และการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (BIA)  เชิญติดต่อ คุณเอกกมล  เอี่ยมศรี ได้ครับ โทรศัพท์ 081 5881532 หรือ อีเมล์ info@interfinn.com พร้อมเอกสารประกอบการบรรยายและ Workshop ครับ

กระบวนการกอบกู้ภัยพิบัติ และการประมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ เป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการร่วมกันในลักษณะ 3  พี่่น้องกันเลยครับ เพราะทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นกระบวนการที่่สำคัญในการพัฒนาแผนกู้คืนระบบ  เพราะก่อนที่คุณและทีมงานจะทำการออกแบบหรือวางแผนการกู้คืนระบบใดๆ ก็ตาม หรือ ที่สำคัญที่สุดการกู้คืนธุรกิจ

การที่่จะทำกระบวนการออกแบบหรือการวางแผนกอบกู้คืนธุรกิจนี้ ผู้บริหารขององค์กร ทีมงานที่มีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายโดยรวมของการรวมแผนทั้ง 3 แผนเข้าด้วยกันและมีความสอดคล้องกันจนเป็นเนื่้อเดียวกัน  ซึ่งการทำแบบนี้ได้จะทำให้กลยุทธ์ขององค์กร และความสามารถในการกอบกู้ธุรกิจมีความเป็นไปได้จริง และมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น  อย่างไรก็ตามก็มีหลายท่านโต้เถียงว่าจำเป็นจะต้องกอบกู้ระบบ IT ที่เป็นระบบหลักได้กลับมาเหมือนเดิมก่อน แล้วค่อยไปช่วยเหลือในการกอบกู้ระบบอื่นๆ หรือ หน่วยงานอื่นๆ ที่มีความสำคัญๆ ต่อการดำเนินงานขององค์กร  สิ่งนี้ก็มีความถูกต้อง แต่คุณก็อย่าลืมว่า หน่วยงานทุกหน่วยงานมีความสำคัญๆ ใกล้เคียงกัน และจำเป็นจะต้องมีแผนการกอบกู้รวมที่มีความสอดคล้องกัน (ไม่ใช่แผนกอบกู้แบบตัวใครตัวมัน  รวมกันตายหมู่ แยกกันตายทีละคน) เพราะแผนไม่มีความสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง 

กระบวนการกอบกู้ธุรกิจจากภัยพิบัติ จำเป็นจะต้องมีการออกแบบการทำงานให้มีความสอดคล้องกัน และมีความต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ดังภาพ

แผนกระบวนการกอบกู้ธุรกิจ BCM

แผนภาพ : กระบวนการกอบกู้ธุรกิจจากภัยพิบัติที่รุนแรง

คุณสามารถวิเคราะห์ Disaster Recovery Plan : DRP ได้จากแผนภาพที่เราได้นำเสนอให้ทุกๆ ท่านได้พิจารณา ซึ่่งสามารถอธิบายขั้นตอนกการทำงานของแผนได้ ดังนี้

ขั้นแรก : คุณจำเป็นจะต้องมีการกำหนดเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงและมีผลกระทบต่อธุรกิจก่อนว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง ที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงักเลย หรือ หยุดดำเนินการได้

ขั้นที่สอง : คุณก็มีหน้าที่รวบรวมข้อมูล หน่วยงานหลักๆ หรือ สิ่งที่ต้องทำการกอบกู้เป็นอันดับแรก เมื่อเกิดภัยพิบัติ และกำหนดกรอบวิธีการต่างๆ ทีละขั้น ทีละตอนจนครบทุกหน่วยงานที่มีความสำคัญๆ

ขั้นที่สาม : การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ ในประเด็นต่างๆ เช่น ภาพลักษณ์  ด้านการเงิน  และไม่ใช่การเงิน  ต่อทรัพยากรบุคคล   ต่อสถานที่ปฎิบัติงาน  ฯลฯ  ที่สำคัญจัดลำดับความสำคัญด้วยทุกเหตุการณ์

ขั้นที่สี่ : การวิเคราะห์ความเสี่ยง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความยุ่งยาก และมีความซับซ้อนอยู่พอสมควร เพราะว่าคุณจะต้องทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงองค์กร จนพบความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกระบวนการปฎิบัติงาน และ ความเสิยงที่เกิดจากโครงการฯ ตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง ทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กรแล้ว  คุณจะต้องวิเคราะห์พิบัติภัย มหันตภัย  ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจด้วยการสร้างแบบจำลองขึ้นมา  ซึ่งหลายหน่วยงานต่างๆ ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานที่แท้จริง ทำให้ทำไปโดยเพียงโครงร่างและบางครั้งไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

ขั้นที่ห้า : กลยุทธ์ที่ใช้ในการกอบกู้ธุรกิจ สิ่งนี้จะเป็นนโยบายจากผู้บริหารระดับสูง ความมุ่งมั่น และการจัดสรรงบประมาณ  ทรัพยากร ให้เพียงพอกับการกอบกู้ธุรกิจให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ด้วยเวลาที่สั้น และไม่มีการขยายความเสียหายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ โดยรอบ  สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ยากอยู่เช่นกัน เพราะเท่ากับว่าผู้บริหารต้องยอมตั้งกองทุนสำรองสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน และมีการออกประกาศเฉพาะกิจในยามฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า ฯลฯ

ขั้นที่หก : เป็นการนำข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ 1-5 มาทำเป็นแผน DRP, BIA, BCP และ BCM ตามลำดับ ซึ่งมีความยุ่งยากอีกเช่นกัน เพราะมีขั้นตอน กระบวนการทำงาน  วิธีการทำงาน จะต้องมีการตั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านในองค์กร และนับวันก็จะเกษียณอายุไปหมด เหลือแต่เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมออกตากแดด  ไม่ยอมลำบาก  ไม่ยอมร่วมอกร่วมใจ ทุ่มเทเพื่อองค์กร เหมือนบุคลากรรุ่นแรกๆ ฯลฯ อีกเยอะครับ ส่วนนี้ยากที่สุด เพราะจะต้องทำงานให้ถูกใจหลายฝ่ายงาน / สำนัก / กอง ที่มีอาณาจักรของตนเอง อยู่แล้วให้มาก้มหัวรับใช้หน่วยงานอื่นๆ ฝันไปเถอะ “รู้รึเปล่าฉันเด็กใคร”  ฯลฯ

ขั้นที่เจ็ด : ทดสอบแผนและการประเมินแผนกอบกู้ธุรกิจ ในขั้นตอนนี้แสดงว่าคุณได้สร้างแผนกอบกู้ธุรกิจในสภาวะฉุกเฉินได้แล้ว และมีความพร้อมอยู่พอสมควร  เราก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณทำงานมาจนถึงขั้นนี้แล้ว เพราะคุณอยู่ในขั้นที่เก่งมากครับ

ขั้นที่แปด : กำหนดแผนการบำรุงรักษา ขั้นนี้เป็นการปรับปรุงแผน ตั้งทีมงานขั้นมาบำรุงรักษาและติดตามแก้ไข ฝึกฝน จัดเตรียมความพร้อมให้อยู่ในระดับที่พร้อมดำเนินการได้ทุกเวลา สิ่งนี้จะต้องฝึกฝน ทดสอบทุกๆ ปี เพื่อความมั่นใจ

ขั้นที่เก้า : ตั้งทีมงานตรวจสอบและประเมินแผนกอบกู้ธุรกิจ  เพื่อค้นหาจุดอ่อนหรืออุปสรรค ที่เกิดขึ้นในการขั้นตอนที่ เจ็ด และวางแผนปรับปรุงให้มีความทันสมัย และตามสถานการณ์

ภายหลังจากได้มีการประเมินผลความเสี่ยงตามขั้นตอนที่ได้มีการกำหนดในแผนภาพและสร้างแบบทดสอบแผนกอบกู้วิกฤติให้กลับคืน เรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนจบในส่วนที่ 1 เรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ติดตามขั้นตอนในส่วนที่ 2 ต่อไป เพราะเรื่องนี้จำเป็นจะต้องเล่าหลายตอนเพราะมีความยุ่งยากซับซ้อนอยู่พอสมควรครับ

สุดท้ายนี้เราก็ขอให้ทุกๆ ท่านลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปศึกษาและขยายผลลัพธ์ให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรและหน่วยงานของท่านต่อไปในอนาคต

ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุขสดชื่น แม้อากาศจะร้อน ก็ขอให้อย่าร้อนใจ นะครับ

เอกกมล  เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

Advertisements

มีนาคม 26, 2013 - Posted by | Business Impact Analysis : BIA |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: