NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

การเขียนแผนทางการเงินในแผนธุรกิจ : The Financial Plan Section of the Business Plan

สวัสดี ครับ

วันนี้ เราอยากจะคุยกันเรื่องของการเขียนแผนธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการเงิน เพื่อให้หลายๆ ท่าน เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนการเขียนให้มีความถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปพัฒนาหน่วยงานของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเขียนแผนธุรกิจในส่วนของการเขียนแผนทางการเงิน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในแผนธุรกิจ เพราะการเขียนแผนธุรกิจทุกประเภทจำเป็นจะต้องมีการระบุผลกำไร  ยอดรายได้  ค่าใช้จ่ายต่างๆ ฯลฯ สุดท้ายจะบอกเราได้ว่าควรทำธุรกิจนี้หรือไม่  ซึ่งโดยปกติแล้วการเขียนแผนทางการเงิน ประกอบด้วย งบกำไรขาดทุน  งบดุล  และ งบกระแสเงินสด และคำอธิบายที่มาของงบการเงินทั้ง 3 งบหลักนี้

การเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจ จำเป็นจะต้องมีการคิดค่าใช้จ่ายธุรกิจของคุณ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นขึ้น และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจคุณ

การวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำธุรกิจของคุณ และการทำงานเริ่มต้นธุรกิจ จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประกอบด้วย :-

  • ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนธุรกิจ 
  • การขอออกใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจเฉพาะ
  • เริ่มต้นสินค้าคงคลัง
  • เงินมัดจำค่าเช่าพื้นที่สำนักงานของตน
  • การวางเงินดาวน์ ในการซื้ออาคารสถานที่ประกอบธุรกิจ
  • การลงทุนในอุปกรณ์ เครื่องใช้ในการ ดำเนินธุรกิจ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นการดำเนินงานในส่วนของค่าใช้จ่ายของการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจของคุณ  การคิดสิ่งที่คุณกำลังดำเนินการต้องจ่ายในแต่ละเดือน อาจรวมถึงสิ่งเหล่านี้ :-

  • เงินเดือน (เงินเดือนของคุณเอง และเงินเดือนพนักงาน)
  • ค่าใช้จ่ายด้านค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภค
  • ค่าโทรศัพท์ และ อินเตอร์เน็ต
  • ค่าสั่งซื้อวัสดุสิ้นเปลืองในสำนักงาน
  • ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และการส่งเสริมการจำหน่าย
  • ค่าใช้จ่ายในการชำระคืนเงินกู้
  • ค่าสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงาน
  •  ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์สำนักงาน 

สิ่งเหล่านี้เป็นรายการบางส่วนที่คุณ จะต้องจ่ายเป็นรายเดือนเพื่อใช้ดำเนินงานประกอบธุรกิจ  ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคุณจะแสดงให้คุณเห็นค่าใช้จ่ายที่จะทำให้เงินสดของคุณในแต่ละเดือนที่คุณจำเป็นจะต้องเตรียมสำรองไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนทุกครั้ง และคุณจำเป็นจะต้องคิดรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจะต้องจ่ายรายเดือนออกมาให้มากที่สุด

นอกจากนี้คุณจำเป็นจะต้องมีการวางแผนค่าใช้จ่ายประจำเดือนนี้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน และจัดทำ Cash Flow Projection หรือ งบประมาณเงินสดล่วงหน้า 6 เดือนเพื่อที่จะได้ทราบว่าเดือนใดบ้างที่บริษัท หรือ องค์กร ขาดเงินสด หรือ ติดลบ และมียอดเงินสดติดลบอยู่เท่าใด  จะหาเงินส่วนที่ขาดจากที่ใด

ตัวอย่าง : 

งบประมาณเงินสดอย่างง่าย ดังนี้

 รายวัน           15วัน                เดือน              ไตรมาส                  ปี 

เงินสดรับ                                                                     XX,XXX           XX,XXX              XX,XXX               XX,XXX                 XX,XXX
(หัก) เงินสดจ่าย                                                           (x,xxx)              (x,xxx)                (x,xxx)                  (x,xxx)                    (x,xxx)

เงินสดสุทธิ                                                 XX,XXX            XX,XXX              XX,XXX               XX,XXX                 XX,XXX
(บวก) เงินสดต้นงวด                                                    x,xxx                x,xxx                    x,xxx                      x,xxx                       x,xxx
(หัก)   เงินสดคงเหลือขั้นต่ำ                                     (x,xxx)              (x,xxx)                 (x,xxx)                  (x,xxx)                   (x,xxx)

เงินสดที่ต้องจัดหา                                     XX,XXX             XX,XXX              XX,XXX               XX,XXX                 XX,XXX

เงินสดคงเหลือ (ส่วนขาด)                                  XX,XXX          (XX,XXX)             (XX,XXX)            XX,XXX                 XX,XXX

ที่มา : http://www.arip.co.th/businessnews.php?id=410190

ตัวอย่าง : 

การทำงบประมาณเงินสดรายเดือน

บริษัท xxxx จำกัด 

งบประมาณเงินสดรายเดือน (บาท)

สำหรับงวด 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 xx xxxx

เดือนที่ 1         เดือนที่ 2      เดือนที่ 3        เดือนที่ 4       เดือนที่ 5        เดือนที่ 6       เดือนที่ 7

เงินสดรับ

จำหน่ายสินค้าเป็นเงินสด          xx,xxx            xx,xxx      xx,xxx          xx,xxx          xx,xxx          xx,xxx         xx,xxx
จำหน่ายสินค้าเป็นเงินเชื่อ           x,xxx               x,xxx        x,xxx             x,xxx             x,xxx             x,xxx           x,xxx

รวมเงินสดรับ                                            xx,xxx            xx,xxx      xx,xxx          xx,xxx          xx,xxx          xx,xxx         xx,xxx

เงินสดจ่าย

ซื้อสินค้าเป็นเงินสด                   xx,xxx               xx,xxx       xx,xxx        xx,xxx         xx,xxx           xx,xxx          xx,xxx
ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ                  xx,xxx               xx,xxx       xx,xxx        xx,xxx         xx,xxx           xx,xxx          xx,xxx

รวมเงินสดจ่าย                                      (xx,xxx)            (xx,xxx)    (xx,xxx)      (xx,xxx)      (xx,xxx)        (xx,xxx)       (xx,xxx)
เงินสดสุทธิ                              (xx,xxx)          xx,xxx   (xx,xxx)  (xx,xxx)    xx,xxx      (xx,xxx)    xx,xxx
เงินสดต้นงวด                                           x,xxx                 xx,xxx            xxx            x,xxx        xx,xxx            xx,xxx          xx,xxx
เงินสดปลายงวด                                    xx,xxx                      xxx          x,xxx         xx,xxx        xx,xxx            xx,xxx          xx,xxx

ที่มา : http://www.arip.co.th/businessnews.php?id=410190

การวางแผนงบกำไรขาดทุน 

การวางแผนงบกำไรขาดทุน เป็นการแสดงให้เห็นรายได้ที่เกิดขึ้นในทางบัญชี ของกิจการของคุณ แต่การที่จะหลงดีใจกับตัวเลขที่ระบุในงบกำไรขาดทุน โดยไม่พิจารณายอดงบกระแสเงินสดที่ฝากอยู่ในบัญชี และ สภาพคล่องทางธุรกิจ อย่างนี้ก็ต้องบอกว่าผิดอย่างแรง และมีแนวโน้มที่จะหลงในการทำธุรกิจและทำให้เกิดผิดพลาดในการบริหารงานได้อย่างมาก   องค์กร/บริษัทส่วนใหญ่มักจะตกหลุมด้านตัวเลขด้วยการวิเคราะห์แต่กำไรสุทธิ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มีการวิเคราะห์งบกระแสเงินสด และสภาพคล่องทางธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารใจใหญ่ คิดการใหญ่ ทำให้ต้องเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องในทางธุรกิจในระยะ 3 -6 เดือนแรกของการขยายธุรกิจ เพราะนักการเงินของบริษัทเหล่านั้น ไม่ได้ทำการวิเคราะห์ประมาณการเงินสดล่วงหน้า 6 เดือน ทำให้ไม่ทราบยอดเงินสดที่จะขาดสภาพคล่องในเดือนใดบ้างล่วงหน้า ทำให้ขาดการวางแผนการกู้ยืม และการเร่งรัดหนี้สิน จากลูกค้าของบริษัท

งบกำไรขาดทุนเป็น 1 ใน 3 งบการเงินหลักของบริษัทที่คุณจะต้องดำเนินการและตรวจสอบความถูกต้องอย่างเคร่งครัด และคุณจำเป็นจะต้องมีการทำการวิเคราะห์ อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratios) เพื่อนำมาวิเคราะห์สุขภาพด้านการเงินโดยรวม และสภาพคล่องทางการเงินในด้านงบกำไรขาดทุน  ซึ่งมีประโยชน์มากและใช้พยากรณ์แนวโน้มทางธุรกิจได้  วิเคราะห์กลยุทธ์ในการบริหารกิจการของคุณได้  เช่น คุณสต็อกสินค้ามากเกินไปหรือไม่  คุณให้เครดิตลูกค้านานเกินไปหรือไม่  เจ้าหนี้ให้เครดิตคุณสั้นมากหรือไม่  สภาพคล่องทางการเงินของคุณเป็นอย่างไร ? อัตราการหมุนเวียนของสต็อกสินค้ากับยอดขาย และ ต้นทุนขาย เป็นอย่างไร? ฯลฯ

งบกำไรขาดทุนที่แสดงให้เห็นรายได้ ค่าใช้จ่ายของคุณ  กำไรของธุรกิจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มาจาก

สูตร  รายได้ – ค่าใช้จ่าย = กำไร (ขาดทุน)

การจัดทำงบกำไรขาดทุน จำเป็นจะต้องมีการวางแผนในการทำงบกำไรขาดทุนรายไตรมาส เพื่อใช้ในการตรวจสอบกลยุทธ์ในการบริหารงานของคุณในช่วงเวลานั้นๆ เพราะจะทำให้คุณวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม  แต่ถ้าคุณเป็นผู้ก่อตั้งกิจการใหม่ ยังไม่เคยมีประวัติการดำเนินงานมาก่อน อาจะทำงบกำไรขาดทุน 6 เดือนครั้งได้ ในปีแรก

รายละเอียดที่อยู่ในงบกำไรขาด ประกอบด้วย 

ชื่อธุรกิจของคุณ

งบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (‘000 บาท)

งบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ………………………………………..

ปีที่ 1                           ปีที่ 2                               ปีที่ 3 

รายได้จากการขายและบริการ

รายได้จากบริการ 1

รายได้จากการขาย 1

รายได้จากการขาย 2

รวมรายได้จากการขายและบริการ

รายได้ อื่นๆ

รวมรายได้ทั้งหมด

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายทางตรง

ค่าวัสดุ/ค่าวัตถุดิบ
ค่าอุปกรณ์ต่างๆ
เงินเดือนค่าจ้างคุณและพนักงาน
ค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต
ค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายและขนส่ง
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

รวมค่าใช้จ่ายทางตรง

ค่าใช้จ่ายทั่วไปและการบริหาร

ค่าใช้จ่ายด้านบัญชีและค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย
ค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์
หนี้สูญ
ค่าประกันภัย
ค่าดอกเบี้ยจ่าย
ค่าเช่าสำนักงาน
ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต
ค่าสาธารณูปโภค
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

รวมค่าใช้จ่ายทั่่วไปและการบริหาร

รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 

รายได้สุทธิก่อนหักภาษีเงินได้

ภาษีเงินได้

กำไรสุทธิ หลังหักภาษี 

ตัวอย่าง :

การจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า ( Pro forma Income Statement)

ขาย
(หัก) ต้นทุนขาย 

รวมสินค้าที่มีเพื่อขาย
(หัก) สินค้าปลายงวด

กำไรขั้นต้น
(หัก) ค่าใช้จ่าย และค่าเสื่อมราคา
กำไรสุทธิก่อนหักภาษีและดอกเบี้ยจ่าย

สุดท้ายนี้ เราอยากจะขอเล่าเพียงเท่านี้ก่อน เพราะเชื่อจะต้องเล่าอีกหลายขั้นตอน เพราะการทำประมาณการงบการเงิน สำหรับการวางแผนธุรกิจ ไม่ใช่การนำตัวเลขมาบวก กัน คูณกัน หารกัน แล้วได้ตัวเลขทีมีผลสวยๆ งาม ตามใจผู้บริหาร ขอบอกตรงนี้เลยว่าคิดผิดอย่างมาก เพราะการทำประมาณการงบการเงินที่ดี จะต้องเป็นการเล่าเรื่องต่างๆ ด้วยความเป็นจริง ใกล้เคียงความจริงให้มากที่สุด  และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ

เราก็มีความหวังดีว่า และเชื่อว่าหลายท่าน อาจจะประสบปัญหาในกระบวนการผูกสูตรคำนวณ และไม่เข้าใจขั้นตอนอย่างแม่นยำ เราก็เลยอาสาที่จะพัฒนากระบวนการทำประมาณการงบกำไรขาดทุน และ งบกระแสเงินสดขึ้นเว็บไซต์ ฉบับภาษาไทย ให้ทุกๆ ท่านได้นำไปใช้ประโยชน์กัน

ก็ขอให้เข้าไปเยี่ยมชมและดาวน์โหลดได้ที่

https://sites.google.com/site/interfinn/my-forms

เราคาดว่าจะใช้เวลาในการนำตัวอย่าง Excel ฉบับภาษาไทยขั้นไปได้ภายในอาทิตย์นี้ ขออภัยที่นำขึ้นไม่ทันในวันนี้ เพราะติดภาระกิจมาก

แต่สัญญาว่าจะนำขึ้นให้แน่นอนครับ ขอให้ลองติดตามในเว็บไซต์ด้านบนครับ   ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะอยู่ระหว่างการพัฒนารูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในลักษณะมหาวิทยาลัยเปิด (Open University) สำหรับทุกๆ ท่าน

ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  (การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ)

เอกกมล  เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

https://sites.google.com/site/interfinn/

มีนาคม 16, 2013 - Posted by | Financial Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: