NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ : Innovative Ideas in Product Packaging


สวัสดีครับ

วันนี้อยากจะคุยกันเรื่อง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และวิธีการสร้างรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าขายดี เราเชื่อว่าหัวข้อบทความชิ้นนี้ หลายท่าน จะให้ความสนใจเป็นพิเศษว่าจะนำไปใช้ได้อย่างไร? คิดว่าจะเขียนได้ดีแค่ไหน?  คิดว่าเรารู้เรื่องนี้หรือยัง?  คิดว่าอ่านเอาไว้ก่อนถึงเวลาค่อยนำมาใช้? คิดว่าจะนำมาดัดแปลงหรือใช้อธิบายลูกค้าของตนได้ไหม?  ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราเรียกว่าความคิด และที่เหลือก็จะแยกออกไปเป็น ความคิดสร้างสรรค์  หรือ ความคิดที่ไม่ดี หรือไม่สร้างสรรค์ ก็ไม่เกิดประโยชน์จากความคิดเหล่านั้นเลย   ดังนั้นขอให้คุณลองพยามคิดในทางสร้างสรรค์  คิดในทางบวก  คิดในทางเพิ่มพลังการทำงาน  เพิ่มพลังชีวิตในการทำงาน หรือ กำลังใจในการทำงานนะครับ

  • แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์

การออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นการอธิบายสิ่งที่บรรจุอยู่ในแพคเก็จนั้น  ซึ่งการอธิบายสิ่งที่บรรจุอยู่ในแพ็คเกจนั้นๆ ไม่จำเป็นจะต้องสื่อออกมาโต้งๆ หรือ อธิบายรายละเอียดจนมีตัวหนังสือเต็มไปหมด ฯลฯ แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ จะต้องซ่อนความคิด ชวนให้สนใจ เหมาะกับผลิตภัณฑ์ เกิดประโยชน์ใช้สอยได้ หรือ ชวนให้อยากรู้สิ่งที่อยู่ด้านใน  แสดงความความรู้สึกต่อจิตใจด้านบวก เช่น ทำให้รู้สึกหิว  ทำให้รู้สึกว่าจะต้องหอม หวล แน่เลย  ทำให้รู้สึกว่าทำจากธรรมชาติ  ทำให้รู้สึกอยากได้เพราะน่ารัก  ทำให้รู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล ชวนสัมผัส  ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจ ฯลฯ

การออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่ควรจะออกแบบที่มันธรรมดาเกินไป  หรือ เลียนแบบคู่แข่งแบบ 100% หรืออาจจะทำให้ลูกค้าสับในในตราสินค้าหรือยี่ห้องกับคู่แข่งรายใหญ่ (อย่างนี้อย่าทำเพราะจะทำให้เกิดการฟ้องร้องด้านลิขสิทธิ์ได้)

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นการออกแบบเน้นความสวยงามอย่างเดียว คุณจะใส่อะไรลงไปก็ได้เพื่อให้เต็ม และนำไปออกวางจำหน่าย และบรรจุภัณฑ์นั้นก็จะไปแข่งขันกับคู่แข่งบนชั้นวางสินค้าตามห้างเอาเอง และคุณก็พยามอัดเงินโฆษณาสินค้า และภาวนาให้สินค้าขายดีตามที่มุ่งหวัง  ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นนะครับ

  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี จะต้อมีการวางแผนการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่คุณวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของคุณ ให้ผู้บริโภค หรือลูกค้ารู้สึกได้เกี่ยวกับเรื่องราวนั้น

เช่น

    • สินค้ายี่ห้อ “อาตุ้ย” ผลิตเกี่ยวกับซอสปรุงรสอาหาร ที่มีเซ็กเม้นส์ 5 กลุ่มประเภทลูกค้า เช่น ซอสพริก  ซอสมะเขือเทศ ซอสผัดสำหรับใส่อาหารผัด หรือ ทอด    ซอสสำหรับอาหารทะเล หรือ ปิ้งๆ ย่างๆ 

การวางแผนการเล่าเรื่อง

    •  เริ่มต้นที่ผู้ประกอบการต้องการเล่าเรื่องอะไร เช่น วัตถุดิบที่ผลิตเป็นสินค้าออร์แกนิค  หรือ สินค้าคัดคุณภาพเกรดพิเศษ หรือ สินค้านี้มีการช่วยเหลือสังคม เช่น ซื้อวัตถุดิบจากชาวเขา หรือ ผู้ยากไร้ในชนบท  ฯลฯ 
    • การออกแบบบรรจุภัณฑ์ จะต้องนำข้อมูลเรื่องที่จะเล่ามาพิจารณาร่วมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความน่าสนใจ  และเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของผู้บริโภค  เช่น จะหยิบ จับ แบบไหนสะดวก  จะตั้งอย่างไรไม่เกะกะสายตา  ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป  ฯลฯ
    • การวางแผนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ จะต้องมีการตีกรอบของโจทย์เดียวกับการเล่าเรื่องสินค้าและบรรจุภัณฑ์
    • การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด จะต้องมีทิศทางเดียวกัน เพื่อกำหนดช่องทางการจัดจำหน่าย และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
    • การกำหนดราคา จะต้องนำเรื่องราวข้างบนมาพิจารณาประกอบ เพื่อกำหนดต้นทุนด้านการผลิต และการวางแผนในอนาคต
    • การพิจารณารูปแบบการแข่งขันของบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่งที่สำคัญๆ ในตลาด และราคาที่จำหน่าย
    • การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักของผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ในตลาด พฤติกรรม ทัศนคติ ความเชื่อ วิธีการจับจ่ายในการซื้อสินค้า และช่องทางการซื้อสินค้า ความถี่ในการซื้อสินค้า  ลักษณะการใช้งานของผู้บริโภค

สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวข้างต้น จะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ และสินค้าของคุณที่จะต้องพิจารณาก่อนการดำเนินการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หรือรูปแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์ เราเชื่อว่าหลายท่านก็จะมีข้อติติง ว่าถ้าคิดเยอะขาดนี้ก็ไม่ต้องขายแล้ว เหมือนการทำวิจัยสินค้าเลย ถ้าคุณคิดอย่างนี้ (เราก็ขอให้คุณอย่าได้เสียเวลาอ่านต่อเลยครับ ไปทำอย่างอื่นดีกว่าเสียเวลาของคุณนะครับ)

ดังนั้น สิ่งที่เราคุยกันในวันนี้ไม่ได้เป็นการเรียนการใช้ Illustrator หรือ การออกแบบโฆษณาสินค้าให้เกิดความพึงพอใจ และประทับใจ  สิ่งที่เราจะคุยกันก็เป็นเรื่องที่นักออกแบบทุกคน และผู้ประกอบการจะต้องตั้งคำถาม  และถามตนเองในสิ่งที่ต้องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของคุณ จะต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าเป้าหมายของคุณพอใจ  แต่คุณออกแบบ กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดที่ไม่ครอบคลุม หรือ ไม่มีเรื่องราวที่ดีพอ อาจจะทำให้สินค้าของคุณมีปัญหาในการวางจำหน่ายได้

1. แพคเกจสินค้าของคุณจะต้องสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจได้ 

คุณจะต้องกำหนดเรื่องราวที่จะเล่า ตามรูปแบบการเล่าเรื่องราวข้างต้น  และทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์  โลโก้ โทนสี และกลยุทธการตลาดให้มีความสอดคล้องกัน และอย่าลืมว่าคุณจะต้องไปแข่งกับบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่งในตลาด ที่มีการออกแบบมาอย่างดีเช่นกัน  ดังนั้นคุณจะต้องทำการออกแบบแพคเกจให้ดูง่าย เข้าใจง่าย และสร้างความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าหยิบมันใส่ในรถเข็นของพวกเขา

“ทำไมต้องสินค้าคุณ” เป็นเรื่องราวของแบรนด์ และกระบวนการสนับสนุนด้านการตลาดที่เข้าไปกระทบจิตใจของผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการระลึกได้ จำได้ รู้จัก เชื่อใจ ยอมรับ และทำให้เกิดการอยากได้เป็นเจ้าของ ในสินค้าเหล่านั้น  ดังนั้นการเล่าเรื่องราวต่างๆ ขอแบรนด์  และลักษณะของสินค้าจะต้องมีทิศทางเดียวกัน

ตัวอย่าง : การเล่าเรื่องราวของสินค้า 

http://www.toxel.com/inspiration/2009/04/04/20-unusual-and-creative-packaging-designs/

http://creativeoverflow.net/beautiful-packaging-designs/

http://www.icanbecreative.com/packaging-designs-for-inspiration.html

http://www.slideshare.net/lisarodwell/innovative-packaging-design-presentation

http://www.creativebloq.com/packaging/inspirational-packaging-912837

http://www.easyfairs.com/events_216/packaging-innovations-london2012_27287/packaging-innovations-london-2012_27288/

จากตัวอย่างการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีการออกแบบเล่าเรื่องราวที่ดีนี้ เราเชื่อว่าคุณจะได้รับข้อคิด ไอเดีย วิธีการ อย่างเป็นรูปธรรมบางพอสมควร  ซึ่งคุณประโยชน์ของการเล่าเรื่องราวในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และ ตราสินค้านี้  จะทำให้คู่แข่งของคุณลอกเลียนแบบแบรนด์ของคุณได้อยากขึ้น และการคัดเลือกวัตถุดิบในการผลิตเช่นเดียวกับคุณ  และสุดท้ายลูกค้าจะเกิดความภักดีในแบรนด์ของคุณ

ดังนั้น วิธีการดีสำหรับคุณค่าเรื่องแบรนด์ คืออะไร?  การที่โค้ก และ แป๊ปซี่ ขับเคี่ยวกันในสงครามน้ำดำระดับพันล้านดอลลาร์ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะเป็นตัวอย่างที่คลาสสิคมาก ว่าการเลือกแบรนด์จะเป็นแบบ “รักแท้” หรือ “เป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่”  และมีอะไรอย่างอื่นที่จะมาทดแทนได้ไหม? และทำไม?  เพราะทั้ง โค้ก และ แป๊ปซี่เป็นเพียง น้ำโซดาใส่สีกับน้ำตาลเข้มข้นสูงเท่านั้นเอง   แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคยังดี่มกันอยู่ก็เพราะ การสร้างทัศนคติทีดีด้านจิตใจ (ถึงแม้ว่าน้ำหวานประเภทนี้จะมีสารทำให้ก่อพิษแก่ร่างกาย)  การหาซื้อง่าย  ราคาถูก และใครๆ เขาก็ทำแบบนี้กัน
(ก็เท่านั้น)

2. แพ็คเกจสินค้าของคุณจะต้องตรงกับความคาดหวังของผู้บริโภค สำหรับหมวดหมู่ของมัน และต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง 

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ดี หรือมีความขัดแย้งกับสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน ในลักษณะโฆษณาเกินจริง  มันจะกลายเป็นวิธีคิดฆ่าตัวตายอย่างถาวร เช่น การที่คุณทำรูปภาพของสินค้าสวย  และน่ารับประทาน  รสชาติที่ได้รางวัลจากสถาบันแห่งหนึ่ง แต่ข้างในที่บรรจุกับตรงข้ามกับความเป็นจริงแบบไม่น่าให้อภัย เช่น มีขนาดเล็กมาก  รูปแบบไม่เหมือนในรูปข้างกล่อง  และรสชาติธรรมดามาก ใส้ก็น้อย หรือ ไม่อร่อย อันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายมาก

ตัวอย่าง : การผลิตขนมปังกรอบเพื่อจำหน่าย เป็นวัตถุประเภทอาหาร ดังนั้นศิลปะของอาหารประเภทขนมปังกรอบ จำเป็นจะต้องพบกับคู่แข่งที่มีตราสินค้าเป็นจำนวนมาก และจำเป็นอย่างมากที่คุณจำเป็นจะต้องมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง ดึงดูดใจดีกว่าคู่แข่ง และรสชาติที่ดีกว่าด้วย อย่างเช่น “Sullivan Street Bakery or Balthazar”  ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ ได้มีการออกแบบรสชาติที่หลากหลายตรงใจผู้บริโภค และมีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสรร ดึงดูดใจ น่ากิน ใช้คำที่มีสำนวนโวหารที่ดี  และสินค้าประเภทขนมปังกรอบ จำเป็นจะต้องสร้างเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ ยาวนาน และมีความน่าเชื่อถือสูง  รสชาติดี มีความหลากหลาย

ตัวอย่าง การออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าทั่วไป ไม่เน้นความแตกต่างมากนัก

http://2.bp.blogspot.com/-beeHvPBAonc/ULRu0ZdePLI/AAAAAAAAjT8/4K7VpqQqBqQ/s640/Ojo-backery-potw+(1).jpg

การออกแบบผลิตภัณฑ์บางอย่างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบรรจุภัณฑ์ได้ เพราะอาจจะทำให้ผู้บริโภคสับสนในการประเภทของสินค้า เช่น ขวดซอสสปาเก็ตตี้ และขวดซอสถั่วเหลือง  ซึ่งบรรจุภัณฑ์ลักษณะนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้  และจำเป็นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบให้มากที่จะเกิดผลกระทบ  ต่อทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกสินค้าของผู้บริโภค

3. แพ็คเกจสินค้าของคุณจะต้องง่ายต่อการอ่านและไหลลื่นดีและมีลำดับชั้นที่ชัดเจนขององค์ประกอบของการออกแบบ 

การออกแพ็คเกจทั้งหมดจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นที่จะต้องมีการออกแบบการไหลของสายตาผู้เข้าชมให้สอดคล้องกับการออกแบบโลโก้ และข้อความที่โฆษณา เพราะการลำดับขั้นการไหลของข้อมูลโฆษณาที่จะนำเสนอลูกค้า  และลูกค้าไม่จำเป็นจะต้องแยกแยะข้อมูลในปริมาณมากที่ระบุอยู่บนฉลาก  แต่ควรจะเป็นกรณีที่ลูกค้าสามารถอ่าน และเข้าใจข้อมูลที่ต้องการนำเสนอได้อย่างง่ายดาย  เพราะการเดินทางของการค้นคว้าข้อมูลตามเส้นทางที่มีวงจำกัด

ตัวอย่าง : การไหลข้อมูลในฐานะลูกค้าเวลาอ่านฉลากสินค้า 

http://www.claytowne.com/beats-digging-ditches/wp-content/uploads/2010/12/product_package_design_hierarchy_flow31.jpg

 

การเดินทางของสายตาของลูกค้าในการอ่านสลากสินค้า   เริ่มต้นที่ด้านบน  ตรงกลาง  ด้านล่าง  หรือด้านขอบของฉลาก การเดินทางของสายตาลูกค้าอาจจะพบได้ว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์และข้อมูลการโฆษณาบนฉลากสินค้าจะต้องมีความง่ายและชัดเจนในการกำหนดเป้าหมายในการมองของลูกค้า

ทฤษฎีและแนวทางในการปฎิบัติ

1) การเล่าเรื่องราว 

งานการออกแบบผลิตภัณฑ์ และแพคเกจของคุณ คือ การบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อให้การขายสินค้าดีกว่าคู่แข่ง  และคุณจำเป็นจะต้องรู้ก่อนเริ่มต้นออกแบบ  นอกจากนี้คุณจำเป็นจะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของแบรนด์ของคุณด้วย  มิฉะนั้นคุณจะได้เพียงภาพสวยๆ ที่แปะอยู่บนผลิตภัณฑ์ของคุณเท่านั้น

2) การเลือกโฟกัส 

บางสิ่งบางอย่างในผลิตภัณฑ์ของคุณมีความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นๆ มันอาจจะเป็น “ชื่อบริษัท” “ชื่อแบรนด์”   “ภาพประกอบบนฉลาก”  หรือ กลยุทธ์ตราสินค้าของคุณที่จะเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบนี้  ซึ่งองค์ประกอบนี้จำเป็นจะต้องมีความแตกต่าง โดดเด่น และมีความน่าสนใจมากขึ้นกว่าส่วนที่เหลือ

3) สร้างการเดินทางของสายตา 

ขั้นตอนนี้เป็นการกำหนดจุดโฟกัสของคุณที่จะต้องมีการลำดับขั้นตอนของการเดินทางของสายตาลูกค้า ไปต่อหรือไม่?  ซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์แบรนด์และเรื่องราวของคุณต้องการจะบอกเล่า

เพื่อให้คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวและผ่านลำดับชั้นการไหลขององค์ประกอบพร้อมการเดินทางของสายตาของลูกค้าควรจะมีการออกแบบอย่างเหมาะสมสำหรับงานของตน  คุณสามารถในการสร้างเส้นทางการไหลของสายตามข้อความที่ต้องการให้ลูกค้าอ่านและเข้าใจอย่างที่คุณต้องการ  ซึ่งคุณสามารถสร้างชั้น และลำดับขั้นตอนการไหลของข้อมูล

เทคนิคง่ายๆ  การสร้างกระแสและทิศทางการไหลของสายตา  และทิศทางมักจะรวมตัวชี้นำทิศทางเหมือนลูกศรตัวเอียงเส้นทางไปตามภาพ ดังตัวอย่างด้านล่าง

ตัวอย่าง : การไหลของสายตาข้อมูลในฐานะลูกค้าเวลาอ่าน 

http://www.claytowne.com/beats-digging-ditches/wp-content/uploads/2010/12/directional_cues21.jpg

ในสุดท้ายนี้ เราก็อยากให้คุณลองหัดออกแบบ การไหลของสายตาเวลาอ่านข้อมูลในฉลากสินค้าของคุณ หรือไม่ ก็ลองหัดเอาฉลากที่คุณออกแบบแล้วมาลองวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ได้อธิบายในบทนี้ และคุณจะทราบข้อผิดพลาดต่างๆ และนำไปปรับปรุงให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และองค์กรของตนต่อไป

ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข หมั่นทำบุญทำทาน รักษาศีล เพื่อจะได้พบทางแห่งความสุขตลอดชีวิต

เอกกมล  เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

Advertisements

มีนาคม 9, 2013 - Posted by | Marketing Strategy |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: