NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

แนะแนวคิดและวิธีปฎิบัติเกี่ยวกับ KRI ภาค 2 : Operational Risk Practice Guidance : KRI ,Part II

สวัสดี ครับ

วันนี้จะขอคุยเรื่อง Key Risk Indicator  กันต่อนะครับ เพราะเรื่องนี้มีหลายคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ก็อยากจะอธิบายให้เข้าใจนะครับ

(2) การใช้ตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงด้านปฎิบัติการ

ตัวชี้วัดสามารถนำมาใช้เพื่อรองรับการประเมินความเสี่ยงและยังมีวิธีการติดตามความเสี่ยงขององค์กร ระหว่างการปรับปรุงเต็มรูปแบบของกระบวนการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินงานของบริษัท/องค์กร  แนวโน้มของตัวชี้วัดควรมีข้อบ่งชี้ว่าองค์กรมีความเสี่ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวโน้มเพิ่มขึ้น หรือ แนวโน้มลดลง  ตัวชี้วัดที่มีการกำหนดเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ตรวจสอบการละเมิด หรือ ข้อจำกัดต่างๆ  หรืออาจจะส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการ

ควรมีความระมัดระวังในการใช้ตัวชี้วัดในการสนับสนุนกิจกรรมการประเมินความเสี่ยง  เพราะการใช้ตัวชี้วัดจะเป็นแค่สัญญาณเตือนภัยเท่าน ไม่ใช่ระดับของความเสี่ยงจริงๆ ขององค์กรในเวลานั้นๆ   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนของตัวชี้วัดที่อาจจะต้องมีการตรวจสอบหรือทำการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลง หรือ อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงตามลักษณะของโครงการที่มีความสำคัญมากๆ และมีผลกระทบต่อพันธกิจของโครงการ ด้วยโครงการที่จะนำมาตรวจจับความเสี่ยงด้วย KRI อาจจะมีลักษณะของโครงการไม่เหมือนกัน   ดังนั้นการใช้ตัวชี้วัดความเสี่ยงไม่ควรมองว่าเป็นตัวแทนสำหรับความเสี่ยงที่เหมาะสม และถือว่าเป็นโปรแกรมการประเมินผลการควบคุม

ทางออกหนึ่งการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้อมูล คือ การระบุประเภทโครงการหรือประเภทของหน้าที่หรือลักษณะธุรกิจขององค์กร  และทำการเลือกตัวชี้วัดที่มีความสำคัญและ/หรือมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อ  ประเภทโครงการหรือประเภทของหน้าที่หรือลักษณะธุรกิจขององค์กร เมื่อเลือกตัวชี้วัดมาได้เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการทดสอบและตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวผลของสัญญาณที่ KRI แจ้งเตือนในแต่ละสถานการณ์  ขั้นตอนนี้ให้ทำการตั้งสถานการณ์สมมุติและทดสอบการแสดงผลของตัวชี้วัดที่เลือก

(3) ตัวชี้วัดของความเสี่ยงและการกำกับ

ประโยชน์หลักของการใช้ ดัชนีชี้วัด ในการเชื่อมโยงกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ให้เป็นแบบ Real Time  วิธีการก็คือตรวจสอบชุดของตัวชี้วัดความเสี่ยงที่เหมาะสมและโดยการตรวจสอบค่าที่แท้จริงของและระดับการต่อต้านของหน่วยงานที่ถูกวัดหรือโครงการที่ถูกวัดความเสี่ยงด้วยดัชนีชี้วัด ด้วยการนำค่าความเสี่ยงที่ได้ไปเทียบกับเกณฑ์  ข้อจำกัด  ระดับการยอมรับ ที่ได้มีการตกลงล่วงหน้าก่อนการตรวจสอบด้วย ดัชนีชี้วัด  เพื่อหน่วยงานประเมินความเสี่ยงขององค์กรจะต้องพิจารณาว่า “ค่าความเสี่ยงที่ได้จากดัชนีชี้วัด” อยู่ในระดับ “เกณฑ์  ข้อจำกัด  ระดับการยอมรับ” ขององค์กรหรือไม่ หรือ สูงเกินกว่าเกณฑ์   ดังนั้นการตรวจสอบปัจจัยของตัวชี้วัดความเสี่ยง (KRI) จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้ค่าที่ได้มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงและตรงกับสถานการณ์ขององค์กร สำหรับความเสี่ยงด้านการปฎิบัติการ

 ประโยชน์ของการใช้งานของตัวชี้วัดความเสี่ยง  นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลด้านโปร่งใสและการมีประสิทธิภาพขององค์กร  และมีความสอดคล้องกับการติดตามความเสี่ยงและกิจกรรมการจัดการความเสี่ยง   เมื่อคุณสมบัติของ KRI มีความเหมาะสมและเชื่อถือได้  ด้วยการจัดเก็บข้อมูลผลของสัญญาณเตือนภัยด้วย KRI ไปได้สักระยะและมีการจัดทำรายงานแสดงผลของสัญญาณเตื่อนภัยที่มีการยอมรับกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งมีการกำหนดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อลดความเสี่ยงตามที่สัญญาณเตือนภัยด้วย KRI ได้ตรวจสอบพบ  ซึ่งกิจกรรมที่จะทำเพื่อลดความเสี่ยงนี้จะต้องเป็นการทำความตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

สัญญาณเตือนภัย :  สัญญาณเตือนภัยด้วย KRI ตรวจสอบพบว่า มีการผิดพลาดเกิดขึ้นจากการที่มีการหมุนเวียนของพนักงานเร็วกว่าที่ควรจะเป็นประมาณ 20%  และเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญกับความลับขององค์กร หรือ หน่วยงานที่เป็นพันธกิจหลักขององค์กร

เทียบกับเกณฑ์การหมุนเวียนของพนักงานระบุว่า  : ถ้า KRI มีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับหมุนเวียนของพนักงานเกินกว่า 25% ของทุกหน่วยงาน จำเป็นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบข้อผิดพลาดนั้นๆ

(4) การบริหารการปฎิบัติงานและการบริหารเชิงกลยุทธ์ 

ตัวชี้วัดความสามารถการปฎิบัติงานและการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ สามารถนำมาใช้เป็นมาตรการของวิธีการที่ดีขององค์กร  ที่จะทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์โดยรวมเช่นเดียวกับการวัดประสิทธิภาพของกิจกรรมเหล่านั้นและ/หรือกระบวนการที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ของมัน   เช่น องค์กรที่มีวัตถุประสงค์ที่จะปรับปรุงระดับความพึงพอใจของลูกค้า  ดังนั้นจึงอาจจะพิจารณาตรวจสอบอัตราการวางสายโทรศัพท์ขณะติดต่อ  ระยะเวลาในการถือสายรอเจ้าหน้าที่ Call Center เป็นต้น

การเลือกตัวชี้วัดความเสี่ยง

(1) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของตัวชี้วัดความเสี่ยง  

ปัจจัยของข้อมูลใดๆ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้ อย่างไรก็ตามการใช้ข้อมูลมากเกินไปจะเป็นอันตราย สำหรับองค์กร มากกว่าการใชตัวบ่งชี้น้อยเกินไป   ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเครื่องมือ KRI จำเป็นจะต้องมีการคัดเลือกลักษณะเฉพาะของตัวชี้วัด ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก (1) ตัวชีัวัดที่ใช้เฉพาะเพื่อบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับภาพกว้างขององค์กร  (2) ตัวชี้วัดหลักที่เป็นการระบุเฉพาะเจาะจง

1.1 ความเกี่ยวข้อง

ตัวชี้วัดจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ถูกตรวจสอบ   ซึ่งดัชนีชี้วัดความเสี่ยงจะต้องตรวจสอบระดับความเสี่ยงของตัวชี้วัดประสิทธิผลและการควบคุม    ดังนั้นตัวชี้วัดความเสี่ยงควรจะมีการเชื่อมโยงไปยังความเสี่ยงขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน  และแสดงผลของระดับของความเสี่ยงองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกือบจะ Real Time

ในแง่ของความเกี่ยวข้อง มีอยู่ 3 วิธีที่ใช้ตรวจสอบดัชนีชี้วัดความเสี่ยง KRI ดังนี้

  • ตัวชี้วัดที่มุ่งเน้นแบบเฉพาะเจาะจง :  โดยทั่วไปแล้วในพื้นที่ความเสี่ยงเชิงเดี่ยวๆ  ซึ่งตัวชี้วัดนี้ใช้เพื่อระบุตัวตนหรือใช้ติดตามตรวจสอบการปฎิบัติที่ไม่เหมาะสมของพอร์ตโฟลิโอเกี่ยวกับการซื้อ-ขายสินค้าหรือสินทรัพย์  ที่มีการวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ว่าเป็นตัวดัชนีที่แสดงความเสี่ยง “เพิ่มขึ้น” หรือ “ลดลง” หรือมีส่วนผสมที่ไม่เหมาะสมของ ผลิตภัณฑ์/สินทรัพย์   สรุป คือ ใช้เพื่อวัดค่าของเป้าหมายบางสิ่งบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง
  • ตัวชี้วัดที่สำคัญโดยทั่วไป : ตัวชี้วัดลักษณะนี้จะใช้เพื่อการตรวจสอบการครอบคลุมของพื้นที่เฉพาะของกิจกรรมและการแสดงผลทั่วไปของระดับการเปิดกิจกรรมในปัจจุบัน   เช่น การที่มีปริมาณการสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าระดับปกติประมาณ 20% เพราะว่าเป็นการตุนสินค้าสำหรับเทศกาลคริสต์มาส หรือ Happy New Year  เป็นต้น  สรุป เป็นการวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยทั่วไป โดยนำเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานปกติเป็นตัวตั้ง เทียบกับปัจจุบัน
  • ตัวชี้วัดที่เป็นปกติทั่วๆไป : ตัวชี้วัดลักษณะนี้จะต้องเป็นตัวชี้วัดที่มีความไวสูง  แต่ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก เช่น ปริมาณข้อร้องเรียนของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า 10% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา  เป็นต้น  ซึ่งตัวชี้วัดโดยปกติทั่วไปนี้จะถูกเปลี่ยนแปลงบ่อยมากขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบด้านความเสี่ยงในขณะนั้นๆ ก็จะมาเลือกเปลี่ยนที่ตัวชีัวัดที่เป็นปกติก่อนดัชนีตัวอื่นๆ

เป็นงานที่ยากและทำให้ลำบากใจอย่างมากในการพิจารณาความเกี่ยวข้องของตัวบ่งชี้ความเสี่ยง ที่สามารถแสดงการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงองค์กรได้ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงนี้ของตัวบ่งชี้นี้จะต้องมีการเชื่อมโยงและสอดคล้องกับประเภทของดัชนีที่ใช้วัดความเสี่ยง 1 ใน 3 ประเภทข้างต้น

หลักคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกตัวชี้วัดความเสี่ยงที่มีความเหมาะสม ดังนี้

  • ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงจะต้องระบุความเสี่ยงที่มีอยู่ ?
  • ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงจะต้องระบุปริมาณหรือวัดความเสี่ยงในเชิงปริมาณได้ ?
  • ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงจะต้องช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของความเสี่ยง (เพิ่มขึ้น/ลดลง / ไม่เปลี่ยนแปลง) ?
  • ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงจะต้องช่วยนำเสนแนวทางในการจัดการความเสี่ยง และผลกระทบของความเสี่ยงนั้น ?

การที่องค์กรมีบทบาททางธุรกิจที่หลากหลายมากกว่า 1 ธุรกิจ / มีพื้นที่จะต้องวัดความเสี่ยงกว้าง และมีความแตกต่างของพื้นที่วัดความเสี่ยง  / ตำแหน่งของบุคลากรภายในการองค์กรบางหน่วยงานจำเป็นจะต้องนำมาพิจารณาเป็นตัวบ่งชี้ ฯลฯ  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของตัวบ่งชี้ที่มีลักษณะเป็นการเฉพาะเจาะจง เป็นต้น

วันนี้ เราขอจบเพียงเท่านี้ก่อนเพราะเหนื่อยจัง ก็เลยเขียนได้น้อยมากกว่าที่ตั้งใจไว้ ก็จะขอเล่าให้ฟังตอนต่อไปนะครับ

ขอให้ทุกๆ ท่านโชคดี

เอกกมล   เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com

กรกฎาคม 25, 2012 - Posted by | Risk Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: