NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับ : Risk Tolerance

สวัสดีครับ

วันนี้ เราก็จะขอเล่าเรื่องความเสี่ยงต่ออีกสักครั้ง เพื่อจะได้สบายใจว่าได้เล่าขั้นตอนเบื้องต้นหมดแล้ว ที่เหลือจะได้เล่าขั้นสูงๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ในอนาคต

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) คือ ระดับความเบี่ยงเบนที่องค์กรยอมรับจากเกณฑ์หรือดัชนีวัดของการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ กำหนดไว้ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้นั้นมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ ดังนั้นการกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้จึงควรเป็นเกณฑ์หรือดัชนีตัว เดียวกันกับการวัดวัตถุประสงค์ เช่น องค์กรมีวัตถุประสงค์จะเพิ่มรายได้ 5 % ภายใน 2 ปี การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อาจกำหนดไว้ในอัตรา 4 % – 6 % โดยช่วงอัตราส่วนที่กำหนดไว้นี้ถือเป็นระดับที่องค์กรยอมรับได้ โดยยังคงบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ (ที่มา : สถาบันการบินพลเรือน)

เราจะขอเล่าเรื่อง Risk Tolerance ไม่ใช่เกณฑ์ของระดับความเสี่ยง แต่เป็นระดับความเสี่ยงสูงสุดที่องค์กรยอมรับ เกินกว่านี้ไม่ทำ หรือยกเลิกกิจกรรมนั้น หรือ ถ่ายโอนให้คนอื่นทำแทนครับ  ดังนั้นความสามารถขององค์กรที่จะยอมรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ในแต่ละเหตุการณ์เสี่ยง  ดังนั้นการกำหนดระดับสูงสุดของการยอมรับความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับแรงกระแทก หรือแรงกดดันจากภายนอกได้เพียงใด

ผู้จัดการฝ่ายความเสี่ยง  ผู้จัดการฝ่ายควบคุม และผู้จัดการโครงการ จำเป็นจะต้องมีแนวความคิดเรื่อง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน เพราะ Risk Tolerance มีความสำคัญต่อระดับความสำเร็จของโครงการที่สำคัญๆ  เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความเสียหายด้านค่าใช้จ่าย และกำไรที่อาจจะเกิดผลกระทบได้

Risk Tolerance  คือ อะไร? 

เราขอยกตัวอย่างแบบนี้ครับ เวลาที่คุณมีเงินแล้วคุณไปเที่ยวที่ ลาสเวกัส (แหล่งการพนันของอเมริกา) คุณอยากเล่นการพนันที่นั้นบ้าง แต่คุณเป็นคนไม่ชอบการพนัน คุณก็เลยกำหนดว่าคุณจะเล่นเพียงแค่ 5000 บาทเท่านั้น ถ้าหมดก็จบกัน แต่ถ้ามีกำไรประมาณ 20-30% ก็จะเลิกเล่นทันที

ความเสี่ยง : 1) คุณจะต้องค้นหาว่าจะเลือกเล่นอะไร ตู้ Slot หรือ ไพ่ หรือ อะไร?

                     2 ) คุณจะต้องหาปัจจัยเสี่ยงของกิจกรรมแต่ละตัว เช่น ตู้ Slot มีความเสี่ยงแบบไหน
ไพ่ มีความเสี่ยงแบบไหน? เป็นต้น

                     3) คุณกำหนดระดับความเสี่ยงสูงสุด 5000 บาท ในครั้งนี้ หมดทุน 100%

                     4) คุณเลือกที่จะแบ่งระดับความเสี่ยง Risk Appetite ด้วยการ แบ่งเวลาหรือเปลี่ยน
ตู้ที่จะเล่น เช่น เล่นตู้ Slot แรก หมดไป 100 บาท เลิก เปลี่ยนตู้ใหม่   หมดอีก
500 บาท นั่งพักสงบใจ ตั้งสมาธิ ขอให้หลวงพ่อช่วยให้หนูได้กำไรคืน จะเลิก
แล้ว  เอ้าเล่นอีกที ได้กำไร 1000 บาท  อธิฐานต่อ ถ้าหนูได้กำไรอีกจะนำไป
ทำบุญ  เล่นอีก ได้มา 3000 บาท เลิกเล่นเลย

                     5) คุณได้กำหนด Risk Limit ในการเล่นแต่ละครั้ง เสียก็พัก  สงบใจ  เปลี่ยนตู้เล่น
ครับนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ

ดังนั้น Risk Tolerance จึงเป็นความเต็มใจด้านความเสี่ยงขององค์กร หรือ ตัวบุคคลบางคน ที่จะยอมรับหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงบางอย่าง ตามระดับที่มีความสามารถในการรับแรงกดดันในสถานการณ์ต่างๆ  ระดับความเสี่ยงสูงสุด Risk Tolerance นี้มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการยอมรับจากทุกหน่วยงานในองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ควรจะมาจากกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่สามารถตัดสินใจแทนองค์กรได้เลยว่า ควรจะเป็นอย่างไร  เพราะถ้าองค์กรใดทำอย่างนั้นถือว่า อันตรายมากๆ เพราะเขาจะต้องเสียหายอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นจริงๆ

ตัวอย่าง : 

ลูกค้าบางคนไม่ต้องการความเสี่ยงในการส่งมอบของโครงการก่อสร้างที่พวกเขาได้จ่ายเงินสำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้นไปบางส่วนแล้ว

เราผลิตสินค้าใหม่ออกจำหน่ายในตลาดแล้ว เราก็ทุ่มเงินโฆษณามากมาย เพื่อให้สินค้าขายดีแต่ในความเป็นจริง เราก็ยังไม่รู้ว่าสินค้าขายดีหรือไม่ จนเวลาผ่านไป 3 เดือน เริ่มมียอดคำสั่งซื้อสินค้าซ้ำมากขึ้น หรือ แหล่งใหม่ก็สอบถามสินค้าเข้ามามากขึ้น เป็นต้น

รูปด้านล่างเป็นภาพแสดงเกี่ยวกับ Risk Tolerance และวิธีการจัดการกับความเสี่ยงครับ

 

ที่มา : http://pmtips.net/defining-risk-management-part-5-risk-tolerance/

สรุป

การกำหนดระดับความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้ในแต่ละกิจกรรมที่มีความเสี่ยง จำเป็นจะต้องมีการประชุมหารือกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างชัดเจน และจะต้องได้รับการอนุมัติประกาศใช้ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง RMC  เพื่อบังคับใช้

ผู้จัดการฝ่ายควบคุมภายในและ ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายใน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องทราบเงื่อนไข วิธีปฎิบัติ  ที่มาที่ไปและเหตุผลประกอบ  สมมุติฐานของการตั้งระดับเกณฑ์การยอมรับความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้นี้มาได้อย่างไร ด้วย

ดังนั้น ห้ามปฎิเสธว่า ผมไม่ใช่คนเสนอร่างนี้ และไม่จำเป็นจะต้องรับรู้เพื่อนำไปบังคับใช้ในองค์กร หรือนำไปใช้เป็นสมมุติฐานในการกำกับและตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กร เด็ดขาด

ผู้ที่จะมาบังคับ และตรวจสอบการนำไปใช้ก็จะเป็นผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด ที่จะต้องแบ่งเวลามาใส่ใจกับเกณฑ์ต่างๆ ที่ผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยงได้กำหนดขึ้นให้มีความชัดเจน และถูกต้อง

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกๆ ท่านประสบแต่ความโชคดีมีชัย คิดสิ่งใดขอให้สมหวังดังตั้งใจเถิด สาธุ

ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข

เอกกมล  เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.interfinn.com 

https://eiamsri.wordpress.com 

มิถุนายน 22, 2012 - Posted by | Risk Management

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: