NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

การวิเคราะห์ความเชี่ยวชาญหลัก : Core Competence Analysis

สวัสดี ครับ วันนี้เรามาคุยกันเกี่ยวกับวิธีการที่เราจะวิเคราะห์ความเชี่ยวชาญของเราในธุรกิจกันว่า เราเข้มแข็งและโดดเด่นจริงอย่างที่เราคิดกันหรือไม่  หรือเราควรจะเป็นแกะขาวในหมู่แกะดำอย่างนี้เพื่อจะได้เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เราอยู่รอดได้จนถึงทุกวันนี้ เราอ่านด้วยกันครับ

แนวคิดของ “Core Competences” เป็นหนึ่งในแนวความคิดทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันนี้   ซึ่งแนวคิดเรื่องความเชี่ยวชาญหลัก เป็นเสมือนคลื่นของที่อยู่เบื้องหลังของธุรกิจ outsourcing ด้วยธุรกิจ outsourcing จะมีความชำนาญเฉพาะด้านที่ชัดเจน และมีจุดได้เปรียบที่ต้นทุนในด้านการบริหารจัดการที่ต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจครบวงจร

ในบทความนี้ เราจะอธิบายความคิดและช่วยให้คุณนำมันไปพัฒนา องค์กร และ บุคลากร ของคุณ ซึ่งเราจะแสดงให้คุณเข้าใจระดับการแข่งขันของคุณสิ่งที่อยู่ข้างหน้า

โดยการใช้ความคิดให้มากที่สุด เพื่อเปิดโอกาสทางการแข่งขันให้คุณ : 

  • คุณจะต้องมุ่งเน้นและใช้ความพยายาม เพื่อให้คุณพัฒนาระดับของความเชี่ยวชาญที่ไม่ซ้ำกันในพื้นที่เดียวกัน ในธุรกิจที่มีการแข่งขันประเภทเดียวกันให้กับลูกค้าของคุณ  ด้วยเหตุนี้คุณจะได้รับรางวัลด้วยปริมาณข้อเสนอทางธุรกิจจากลูกค้าพร้อมกับความเชี่ยวชาญในทักษะด้านนี้
  • คุณจะได้เรียนรู้จากงานที่ได้เข้าไปทำเพื่อพัฒนาทักษะของคุณเองในลักษณะที่ช่วยเสริมสมรรถภาพหลักของบริษัท  ด้วยการสร้างทักษะและความสามารถเฉพาะตัวบุคคลที่เพิ่มมูลค่าของคุณให้มากที่สุด  ซึ่งคุณจะเป็นผู้ชนะ และได้รับการเคารพจากเพื่อนร่วมงาน ความก้าวหน้าในอาชีพที่คุณต้องการ

การอธิบายเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญหลัก :  มูลค่าของเอกลักษณ์

จุดเริ่มต้นของความเข้าใจเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญหลัก คือ ความเข้าใจว่าธุรกิจต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ลูกค้าต้องการและมีมูลค่า ที่สำคัญต้องไม่ซ้ำกับใครหากพวกเขากำลังทำกำไรอยู่

กลยุทธ์ฉันทำด้วย “Me too”  (การทำธุรกิจแบบนี้จะไม่สามารถแยกความแตกต่างของพวกเขาออกจากคู่แข่งได้เลย) สุดท้ายทุกคนในกลุ่มก็จะต้องทำการลดราคาสินค้าหรือบริการเพื่อให้เกิดความแตกต่าง และเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นบริษัทเขาเป็นรายแรก และอีกสิ่งหนึ่งที่ธุรกิจประเภท Me too จะประสบก็ คือ กำไรจากการทำธุรกิจบางลง และบางลงเรื่อยๆ

นี่คือเหตุผลที่มีความสำคัญในการสร้างธุรกิจและการวางกลยุทธ์ในการขาย จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือ USPS (Unique Selling Points) ในการวิเคราะห์ธุรกิจ (เรื่องนี้เราไว้คุยกันวันหน้านะครับ)

หากคุณสามารถที่จะนำเสนอสินค้าหรือบริการ   ในสิ่งที่ดีตรงความต้องการของลูกค้า โดยไม่ซ้ำกันกับ รายอื่นๆ เราเชื่อว่าลูกค้าจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ของคุณ และจะได้รับความเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับพวกเขา

คำถาม : อะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจคุณ ที่จะสามารถยั่งยืนอยู่ได้?

ในปี 1990 กระดาษเป็นสิ่งที่สำคัญของพวกเขา “The Core Competence of The Corporation”, C.K.Prahalad and Gary Hamel argue that “Core Competences” คือ ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของเอกลักษณ์ : เป็นสิ่งที่ บริษัท สามารถทำได้ดีและไม่ซ้ำกัน โดยที่ไม่มีใครเลียนแบบได้อย่างรวดเร็วพอที่จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจ

คุณ Prahalad และ คุณ Hamel  ใช้ตัวอย่างของธุรกิจทีมีการเจริญเติบโตที่ช้าและสิ่งที่บริษัทขนาดใหญ่ประสบความล้มเหลว เขาทั้งสองคนได้ทำการเปรียบเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่ผลประกอบการดีมากในช่วงปี 1980s (เช่น NEC, Cannon และ Honda) ซึ่งทำให้ได้ความคิดที่ชัดเจนมากว่าสิ่งที่บริษัทเหล่านั้นมีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะอย่างที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีต้นทุนในการบริหารจัดการที่ต่ำกว่าคู่แข่ง

เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญหลักของตน และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างและส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา เพื่อเป็นขั้นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สูงกว่าคู่แข่งของพวกเขา และลูกค้าได้เตรียมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับพวกเขา และเป็นความพยายามของพวกเขาที่จะเปลี่ยนจุดที่พวกเขาอ่อนแอและมุ่งเน้นไปในพื้นที่บริเวณจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ของพวกเขาและพยามสร้างให้จุดแข็งของผลิตภัณฑ์พวกเขาเป็นผู้นำตลาด

ตอนนี้คุณอาจจะพบว่าความคิดนี้น่าสนใจ และมันง่ายที่จะคิดเกี่ยวกับธุรกิจว่าบริษัทสามารถทำอะไรได้ดีๆ บ้าง อย่างไรก็ตาม คุณ Prahalad และ คุณ Hamel ได้ให้แบบทดสอบ 3 ข้อ สำหรับใช้ตรวจสอบว่าบริษัทของคุณมีความสามารถที่ดีกว่าคู่แข่งจริงหรือไม่?

  1. ความเกี่ยวข้อง : ประการแรกคุณต้องสามารถให้ในสิ่งที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าของคุณอย่างมาก  เขาหรือเธอจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วถือว่าตำแหน่งในการแข่งขันของคุณยังไม่ได้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญหลักที่เป็นผู้นำตลาด
  2. ความยากง่ายของการเลียนแบบ : ประการที่สองความสามารถหลักของผลิตภัณฑ์ควรจะมีความยากที่จะเลียนแบบ ซึ่งจะช่วยคุณสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าในการแข่งขันของคุณ และขณะที่คุณกำลังทำงานอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาทักษะเหล่านี้หมายความว่าคุณสามารถรักษาตำแหน่งในการแข่งขันทางธุรกิจได้อยู่
  3. Breadth of Application :  ประการที่สามผลิตภัณฑ์ควรจะเป็นสิ่งที่เปิดตัวเป็นอย่างดีในตลาดและเป็นอย่างวงกว้าง แต่ถ้ามันเปิดตัวแล้วประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าเป็น niche markets  จะไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เกิดการเจริญเติบโตของยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่าง : คุณอาจจะต้องพิจารณาความรู้และความเชี่ยวชาด้านอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง  เป็นความเชี่ยวชาญหลักในการให้บริการอุตสาหกรรมของคุณ แต่ถ้าคู่แข่งของคุณมีความเชี่ยวชาญเทียบเท่ากับของคุณอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหลักในอุตสาหกรรมของคุณ  วิธีการผลิตด้านผลิตภัณฑ์ของคุณไม่สามารถทำให้เป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับคู่แข่งใหม่ที่ต้องการจะเข้ามาในตลาด และไม่สามารถสนับสนุนให้คุณก้าวเข้าไปสู่ในตลาดใหม่ๆ ได้ เพราะที่นั้นมีผู้เชี่ยวชาญหลักที่เป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว (Test 1: Yes, Test 2: No, Test 3: อาจจะไม่ได้)

การใช้เทคนิคนี้กับธุรกิจของคุณ หรือ อาชีพคุณ : 

เมื่อต้องการระบุสมรรถภาพหลัก หรือความเชี่ยวชาญหลัก ของคุณให้ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ระดมสมองเพื่อพิจารณาปัจจัยที่มีความสำคัญต่อลูกค้าของคุณ 
    หากคุณทำเช่นนี้ในนามของ บริษัทของคุณ ให้ทราบถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ เมื่อพวกเขากำลังจะซื้อสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของคุณ (ให้แน่ใจว่าคุณได้สร้างจุดเด่นที่แตกต่างคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกค้า)
  2. การระดมสมองเพื่อวิเคราะห์สมรรถภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการและสิ่งที่คุณทำได้ดีกว่าคู่แข่ง
  3. สำหรับรายชื่อสมรรถภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการของ ให้ทำการทดสอบอีกครั้งแบบเข้มงวด เกี่ยวกับความยากหรือง่ายของการเลียนแบบและการยอมรับของลูกค้าแบบวงกว้างในตลาด และประเมินมันอีกครั้งว่าคุณยังอยู่ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญหลักและเป็นผู้นำตลาดอยู่หรือไม่?
  4. สำหรับรายชื่อของปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจของลูกค้า จะต้องนำมาวิเคราะห์และพิจารณาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งและของบริษัท เพื่อหาจุดที่ตอบสนองลูกค้าให้ได้มากที่สุด
  5. ตรวจสอบรายการทั้งหมดและเปรียบเทียบกับปัจจัยการตัดสินใจของลูกค้า
    • ถ้าคุณได้ระบุสมรรถภาพหลักที่คุณมีอยู่แล้วและทำได้ดีด้วย!  คุณต้องแน่ใจว่าคุณสร้างทีมงานให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล
    •  ถ้าคุณไม่มีสมรรถภาพหลักของธุรกิจ  นั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องมองหาใครสักคนและสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน
    • ถ้าคุณไม่มีสมรรถภาพหลักของธุรกิจ และไม่สามารถค้นหาได้ว่าคุณจะสร้างจุดเด่นเพื่อเป็นสมรรถภาพหลักของผลิตภัณฑ์หรือบริการในตลาดได้อย่างไร? (ขอให้เข้าไปศึกษาเครื่องมือ USP Analysis)  หรือคิดเกี่ยวกับการหาสภาพแวดล้อมใหม่ที่เหมาะสมกับสมรรถภาพหลักของคุณ
  6. คิดเรื่องแบบนี้ส่วนใหญ่จะต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้นคุณต้องกลับมาคิดว่าไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือบริษัทคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีสิ่งที่จะทำให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหลัก ให้ถามตัวเองว่าคุณสามารถจ้าง Outsource เพื่อตัดงานที่ไม่มีความสำคัญออกและมุ่งเน้นที่งานหรือปัจจัยที่สำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณให้สามารถมีมูลค่าโดดเด่นในตลาดแทน  ซึ่งปัจจุบันนี้มี Outsource ที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่มากมายและมีราคาที่เหมาะสมโดยที่ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำ

เคล็ดลับที่ 1 :

เหมือนกับการระดมสมอง คุณจะต้องมีเหตุผลที่ดีกว่า ถ้าคุณจะโน้มน้าวคนอื่น (การเลือกทีมงานจะต้องใช้ความระมัดระวัง)

เคล็ดลับที่ 2 : 

บนพื้นฐานของแต่ละบุคคลและในระยะเวลาที่สั้นก็อาจจะยากมากที่จะเกิดสมรรถภาพหลักที่ไม่ซ้ำกันอย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ให้เก็บความคิดนี้ไว้ในใจและทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะพัฒนาสมรรถภาพหลักของผลิตภัณฑ์หรือบริการในตลาดให้ได้

เคล็ดลับที่ 3

คุณอาจจะพบว่ามันยากทีเดียวที่จะหาแก่นของสมรรถภาพของจริงใดๆ ในธุรกิจของคุณ  ถ้าคุณมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่ยั่งยืน outperforming คู่แข่ง แต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยเติมเชื้อไฟแห่งการต่อสู้ในด้านการตลาดอีกครั้ง เราขอแนะนำให้คุณกลับไปศึกษา USP Analysis อาจจะช่วยให้คุณเห็นอนาคตของ Product Champion ตัวใหม่

สุดท้ายเราอาจจะต้องหันกลับมามองตัวเราเองว่าพร้อมที่จะลงทุนอย่างหนัก ด้วยทีมงานที่มีจำกัด และงบประมาณที่น้อยนิด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้เปรียบคู่แข่ง และเป็นผู้นำตลาดหรือไม่? ถ้าคุณตอบว่าไม่พร้อม เราต้องเปลี่ยนไปถือคติ “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” แต่เป็นรังที่มั่นคง ทนแดด ทนฝน ทนพายุโหมกระนำ และมีความสะดวกสบายสำหรับผู้อยู่อาศัย ก็น่าจะดีสำหรับธุรกิจ SMEs ครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดีในธุรกิจ ครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

https://eiamsri.wordpress.com

http://www.interfinn.com

มิถุนายน 6, 2011 - Posted by | New Management |

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: