NEW MANAGEMENT FORUM

Central Knowledge Society

วิธีการเปลี่ยนธุรกิจของคุณเข้าสู่นวัตกรรมและวัฒนธรรมแห่งการสร้างสรรค์


สวัสดีครับ เรามาคุยกันเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์แนวใหม่กันบ้างนะครับ ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับวิธีการที่จะปรับองค์กรให้พนักงานที่ทำงานกับเรามีความคิดแบบนวัตกรรมโดยการสร้างวัฒนธรรมแห่งการสร้างสรรค์  ซึ่งหลายท่านอาจจะฟังแล้วมีข้อแย้งอยู่ในใจทันทีว่า ทำไม่ได้หลอก!  เราเป็นบริษัทขนาดเล็ก มีพนักงานน้อย มีงบประมาณน้อย ไม่สามารถไปสร้างนวัตกรรมแข่งกับใครได้ !  ขอบอกนะครับว่า “คนแรกที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวคิดการพัฒนาองค์กรแนวใหม่คือ “คุณเองนั้นแหละครับ” เพราะคุณคือจุดอ่อนของทีม คุณจะต้องกล้าพัฒนาสิ่งใหม่ๆ กล้าคิด กล้าทำ บางครั้งแค่เริ่มคิดคุณก็ต่อต้านแล้ว มันจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ครับ  สำหรับคนที่คิดต่อต้านในใจกับแนวคิดนี้ขอให้กลับไปอ่าน บทความเรื่อง ” Steve Job’s 12 กฎของความสำเร็จ” อีกครั้งนะครับ

ผมขอโทษทีครับ ที่เกริ่นโปรยหัวมากไปหน่อย เพราะผมเชื่อว่า บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง จะคิดต่อต้านแนวคิดนี้เสียส่วนใหญ่ ซึ่ง ผมก็ไม่ทราบว่า ทำไม?

ถ้าคุณจะอวดว่าบริษัทของคุณมีวัฒนธรรมแห่งการสร้างสรรค์ คุณจะต้องส่งเสริมและเพาะบ่มความคิดของนวัตกรรมใหม่ มากกว่าฆ่าพวกหัวก้าวหน้าทั้งหลาย

           1. สร้างวัฒนธรรมแรงบันดาลใจ 

        ถ้าพนักงานมีความคิดที่ดีและมีการนำเสนออย่างรวดเร็วโดยที่ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนมากนัก และมักจะถูกผู้บังคับบัญชาเย้ยหยัน ซึ่งพวกเขาจะหยุดการแบ่งปันความคิดใหม่ๆของพวกเขาและกลัวการปฎิเสธความคิดใหม่จากผู้บังคับบัญชารวมทั้งความอับอายจากการถูกตำหนิด้วยคำพูดประชดประชันต่างๆ  วัฒนธรรมที่เป็นปรปักษ์ต่อการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้เลย  ดังนั้น Larry Yukron, owner of Adventure Experts and former Qwest Communication และเกี่ยวข้องกับอีกหลายบริษัทใน ซิลิคอนวัลเลย์ได้ตั้งแนวคิด five minute rule
ซึ่งกฏอนุญาตให้ทุกคนเข้ามาแนะนำความคิดใหม่ๆ ได้ภายใน 5 นาทีแรกและถ้าไอเดีย ที่ฟังใน 5 นาทีแรกน่าสนใจและมีค่าพอจะได้เวลาในส่วนที่เหลือสำหรับการนำเสนอแนวคิดเห็นที่สามารถทำได้  ดังนั้นเวลาคุณมีความคิดใหม่จำเป็นจะต้องคิดแบบรวดเร็วและได้ภาพรวม องค์ประกอบหลักของงานไอเดียใหม่จะเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง หน่วยงานคุณทำได้ด้วยตนเองหรือไม่ ลูกค้าเป็นใคร ทำไมต้องใช้หรือซื้อ เป็นผลงานต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น หรือ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  คู่แข่งในตลาดคือใคร?  งบประมาณเบื้องต้น เท่าไร? ประมาณนี้คุณจะต้องพูดออกมาใน 5 นาที เพื่อให้คนฟังเห็นภาพรวม ประโยชน์ที่จะได้รับ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ใครคือคู่แข่ง ทีมงานคุณทำได้ไหม งบประมาณลงทุนเบื้องต้นเท่าไร เป้นต้น   ความคิดที่ดีอย่างแท้จริงและเปิดกลุ่มอภิปลายแบบวงกว้างอย่างสร้างสรรค์แบบไม่เป็นทางการ  ดังนั้นบริษัทใดๆ ที่เปิดรับแนวคิดไอเดียใหม่ ที่มีการอภิปลายกันในกลุ่มย่อยแล้วมีความน่าสนใจ มันอาจจะเป็นการสร้างแนวทางแก้ปัญหาด้านการให้บริการกับบริษัทฯ หรือเป็นบริการใหม่ๆ ด้านการตลาดต่อไปในอนาคต หรือแม้กระทั่งเป็นการเพาะเชื้อต่อไปเป็นนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทคุณ

      นอกจากนี้ ถ้าเราแค่ฟังไอเดียใหม่และชื่นชอบโดยที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย เราก็จะไม่ได้รับความคิดสร้างสรรค์จากพนักงานอีกเลยในอนาคต หากเราจะต้องปฎิเสธหรือเลือกที่จะไม่ใช้ไอเดียนี้โดยปราศจากเหตุผลที่ดีและมีน้ำหนักเพียงพอ บริษัทอาจจะสูญเสียค่านิยม ความนับถือ และความคิดสร้างสรรค์จากบุคคลกลุ่มนี้ในอนาคต

           2. เสริมสร้างพลังอำนาจ (Empowerment) 

การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานในอุดมคติเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความคิดริเริ่มการมีส่วนร่วมและความกระตือรือร้นด้านนวัตกรรมและความเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสนับสนุนเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เสริมสร้างมูลค่าเพิ่มและพลังอำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างขององค์กรเป็นผู้นำแบบดั้งเดิมแบ่งออกเป็นระดับขั้นตามอาวุโสและอาจจะกลัวการส่งเสริมศักยภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาในด้านการส่งเสริมความคิดริเริ่มไอเดียใหม่ๆ “จากด้านล่าง” อาจจะทำลายอำนาจของพวกเขาและในที่สุดการดำรงตำแหน่งในบริษัท ทำให้เกิดการต่อต้านและขัดขวาง “จากด้านบน” ของบริษัท  ผู้บริหารระดับกลางจะต้องมั่นใจว่าการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อประโยชน์ในทีมงานภายใต้การบังคับบัญชาของเขาเหมือนกันเช่นเดียวกับที่ดีโดยรวมของ บริษัท หากไม่สามารถทำได้และไม่สอดคล้องกับทีมงานใต้บังคับบัญชาอาจจะต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับกลางเป็นคนอื่น หรือ ย้ายออกไปจากบริษัทเลย ดังนั้น ก่อนการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่กระบวนการสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรเกิดขึ้นแบบเป็นรูปธรรมจำเป็นจะต้องจัดการส่วนนี้ก่อน ด้วยการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับกลาง และสอบถามความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาต่อแนวทางการบริหารด้านไอเดียใหม่ๆ ของหัวหน้าทีมงานของพวกเขา

           3. การสื่อสาร (Communication) 

การสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้กำเนิด “ความคิดสร้างสรรค์ในที่ทำงาน” ผู้บริหารในระบบวัฒนธรรมแบบเก่า จำเป็นที่จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสาร เพราะการสื่อสารด้านความคิดสร้างสรรค์ เป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินการเกิดวัฒนธรรมใหม่ ที่เราได้กล่าวถึง คือ “การเปลี่ยนแปลงในองค์กร” บ่อยครั้งที่จะเกิดการต่อต้านขึ้นภายในองค์กร ลองนึกภาพดู CEO ได้กล่าวถึงความจำเป็นต้อง “ปรับโครงสร้าง” เพื่อ “ประสิทธิภาพในการสร้างนวัตกรรม” และได้กล่าวเชื่อมโยงกับแนวโน้มของงบประมาณและอื่นๆ ที่อาจจะต้องลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร ดังนั้นการสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรเพื่อสร้างความคิดริเริ่มใหม่ๆ  ซึ่ง CEO จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดความกล้าหาญ เกิดความเห็นที่สอดคล้องกับนโยบายขององค์กร ลดความหวาดกลัวของพนักงานที่จะต้องมีการเปลี่่ยนแปลง  ลดความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องคิดริเริ่มเรื่องใหม่โดยที่ไม่มีการเตรียมการมาก่อนล่วงหน้า เป็นต้น

           4. เชื่อมั่นในพนักงานของคุณ (Believing in Your People) 

ผู้บริหารระดับกลางจำเป็นจะต้องเชื่อมั่นในทีมงานของตน และต้องเชื่อมั่นในพวกเขาอย่างแท้จริง นักปราชญ์ชาวกรีกบอกว่า “ถ้าคุณใส่ข้อมูลเกรด A ให้กับนักเรียนของคุณทุกคน คุณก็จะได้รับข้อมูลเกรด A จากนักเรียนของคุณทุกคนเช่นกัน แต่ถ้าคุณใส่ข้อมูลเกรด C เข้าไปในหัวสมองของนักเรียนของคุณทุกคน คุณก็จะได้รับข้อมูลเกรด C กลับมาเช่นกัน ซึ่งไม่สามารถได้ข้อมูลที่สูงกว่าเกรด C ได้เลย  ดังนั้น เป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงจะต้องค้นหาหน่วยงานในทีมย่อยของตน ที่มีความรับผิดชอบ รักการทำงาน กล้าท้าทายกับงานใหม่ๆ มีความกระตือรือล้น คุณควรจะเรียกพวกเขาเหล่านี้มาทำการใส่่ข้อมูล เกรด A และให้พวกเข้าไปทำการคิดไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำมาเสนอคุณในระยะต่อมา ซึ่งไม่ควรให้เวลากับพวกเขานานเกินไป หรือสั้นจนไม่มีเวลาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และต้องโอกาส สมองที่เปิดโล่งพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย

           5. การสนับสนุนอารมณ์แรงบันดาลใจ  (Harvesting Emotional Energy) 

ต้องสร้างค่านิยมของชีวิตให้กับพนักงานในองค์กร ให้เสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับองค์กรเพราะประสิทธิภาพขององค์กรจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถด้านสวัสดิการของพนักงานทุกคน บริษัทฯ จำเป็นที่จะต้องมีการนำทีมงานที่ประสบความสำเร็จในด้านการคิดริเริ่ม สร้างสรรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นกระจกเงาสะท้อนให้พนักงานคนอื่นๆ ได้ทราบถึงศักยภาพของทีมงานพวกเขา และประโยนชน์ที่ทีมงานพวกเขาได้รับ เพื่อให้เกิดการยอมรับวัฒนธรรมการคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

           6. สร้างสิ่งที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจภายใน (Positively Motivation) 

บริษัทฯ จำเป็นจะต้องสร้างสถานที่ทำงานภายในองค์กรให้เกิดแรงจูงใจ และมีความสัมพันธ์กับความคิดริเริ่สร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการคิดนวัตกรรมในองค์กร โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องให้อิสระและความรู้สึกของการควบคุมความท้าทายที่ดีที่สุด  และงานที่ตรงกับความสนใจทั้งหมดที่เป็นบวกมีผลต่อแรงจูงใจภายใน  ดั้งนั้น บริษัทควรหาทางที่จะพัฒนาความคิดของพนักงานให้ทำในสิ่งที่พวกเขารักและรักในสิ่งที่พวกเขาทำ   และให้พวกเขาเสนอความคิดใหม่ๆ โดยอาศัยทักษะความรู้และความเชี่ยวชาญของพนักงานในองค์กร ภายหลังจากที่ได้มีการสร้างสภาพแวดล้อมที่จะช่วยให้พนักงานมีแรงบันดาลใจที่อยู่ภายในอย่างมุ่งมั่น

           7. ยอมรับในความล้มเหลวและปรับเปลี่ยนมันอย่างรวดเร็ว (Freedom to Fail and Changing Quickly) 

หลายบริษัทฯ มีความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ทำข้อผิดพลาด  เพื่อป้องกันที่จะไม่ใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลและเวลาที่ใช้ไปของความพยายามของมนุษย์  ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการวางแผนการวิจัยอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

ตัวอย่างเช่นในอดีต  IBM และ Compaq ตัดสินใจจะสร้างกลยุทธ์การขายผ่านทางออนไลน์ก็สายเกินไป ในความเป็นจริงแล้ว IBM และ Compaq เหมือนจะไม่สนใจที่ Dell ตัดสินใจที่จะขายคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และคิดว่ามันจะขายได้ดีหรือ? การสร้างนวัตกรรมใหม่หรือแนวคิดแปลกๆ จากระบบเดิม มันจะต้องมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ซึ่งพวกเขากลายเป็นคนตาบอดกับสิ่งที่คุ้นเคย พวกเขามีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและภูมิใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งการมองข้ามจุดเล็กๆ อย่างเช่น บริษัท Dell ซึงจะเป็นภัยคุกคามด้านการแข่งขันในการจำหน่ายคอมพิวเตอร์อย่างก้าวกระโดดที่รวดเร็วด้วยการสร้างนวัตกรรมในการจำหน่ายและการพัฒนาองค์กรไปสู่ความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
ขอบคุณทุกๆ ท่านที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ และผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกบริษัทฯ ที่มีความสนใจ กระตือรือล้น ในการที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารภายในองค์กรให้เป็นองค์กรด้านความคิดสร้างสรรค์และให้พนักงานทุกคนสร้างนวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ ให้กับบริษัท และอย่าลืมนำกลุ่มที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี เพราะผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าการที่องค์กรใหญ่มีพนักงานมากๆ จะพัฒนาไปสู่องค์กรด้านความคิดนวัตกรรมยาก ดูได้จาก การที่ Microsoft มีทีมบริหารที่เก่งด้าน Programming การเขียน coding แต่ไม่ค่อยชอบการสื่อสารกับผู้คนผ่านอินเตอร์เน็ต และไม่เห็นว่าปริมาณของเว็บไซต์เติบโตแบบเกิน 100% อย่างต่อเนื่องและมีเว็บไซต์เกิดใหม่ทุกวัน ทำให้เป็นช่องว่างแก่ Yahoo.com และ Google.com ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Search Engines ระดับโลก ต่อมาผู้คนที่ใช้อินเตอร์มีมากขึ้น มีการสนทนาผ่าน MSN มากขึ้น ทาง Microsoft ก็ภูมิใจกับ MSN และไม่คิดพัฒนาต่อ ทำให้คนในโลกนี้รู้จัก FackBook และ Twitter ขึ้นมาแทน MSN

สิ่งหนึ่งที่กำลังจะมาคือ ระบบ 10Gs หรือสูงกว่า ที่โลกถูกเปิดด้วยอุปกรณ์สื่อสารของ Apple  ทำให้ความเป็นส่วนตัวของคุณไม่มีอีกต่อไปแล้ว และข้อมูลที่มีเยอะมากจนท่วมตัวคุณ ระบบอุปกรณ์สื่อสารจะเปลี่ยนไปจากเดิมแบบคุณจำหน้าตาของโทรศัพท์รุ่นแรกๆ ไม่ได้เลย เพราะมีนักการตลาดและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกกำลังนำตัวคุณและชีวิตของคุณเข้าไปเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลในโลก Digital ตั้งแต่เกิดจนตาย ผมขอให้คุณโชคดีที่จะกลายเป็น I-Robot ที่มีชีวิตแน่นอนครับ

ขอขอบคุณอีกครั้งที่อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายขอให้มีความสุขทุกๆ ท่านครับ

เอกกมล เอี่ยมศรี

ผู้เรียบเรียง

http://www.oknation.net/blog/ProjectManagement/

http://www.oknation.net/blog/newmanagement/

Advertisements

พฤษภาคม 14, 2011 - Posted by | New Management

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: